รีไรท์ เนื้อเรื่องม็อบตัวที่ 31 จาก Final Fantasy XII
 
วันหนึ่งในร้านอาหารกลางทะลทรายที่พวกอาเช่โฉบไปหาข้อมูลกันเป็นประจำ มีป้ายคำร้องหนึ่งส่งมาจากนครเทพเบอร์โอมิเซส ป้ายนั้นเขียนโดยนักบวชหนุ่มชาวกิลเทียสที่ชื่อว่า Ieeha
 
พวกวานเดินทางไปที่นครเทพเบอร์โอมิเซสเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจาก Ieeha แต่หาจนทั่วแล้วก็หาไม่เจอ ขณะที่กำลังถอนหายใจ ก็เจอวิเอร่าสาวที่ชื่อว่า Relji เข้ามาบอกว่า Ieeha ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว
 
หากยังจำกันได้ ทุกครั้งที่เราผ่านมาที่นครเทพเบอร์โอมิเซส เราจะเห็น Relji เดินบ่นก่นด่าความอ่อนแอของเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่เรื่อยไป ประมาณว่าเจ๊เกลียดมนุษย์มาก แล้วเจ๊จะมาคุยกับเราทำไม?
 
Relji บอกพวกวานว่ามีมังกรร้ายตัวหนึ่งกบดานอยู่ในหุบเขาพารามิน่า ในอดีตกาลมังกรร้ายนั้นเคยหมายปองสมบัติของชาวกิลเทียส (ซึ่งก็คือดาบจอมราชันย์ที่เก็บซ่อนไว้ในวิหารมิเลียม) ท่านสังฆราชอนาสตาซิส เลยจัดการผนึกมังกรร้ายไว้ในภูผาน้ำแข็ง ทว่าตอนนี้ท่านอราสตาซิสได้มรณภาพไปแล้ว ผนึกที่เคยกักขังมันกรร้ายจึงคลายออก เป็นเหตุให้ Fafnir กลับมาผงาดอาละวาดไปทั่วได้อีกครั้ง
 
นั่นเองเป็นสาเหตุให้ Ieeha ออกเดินทางไปหมายจะกำจัด Fafnir ....ซึ่งตอนที่ Ieeha มาบอก Relji เธอก็สังเวชใจ และคิดว่าประเดี๋ยวมนุษย์อย่าง Ieeha ก็ต้องเผ่นหนีกลับเข้าเมืองเอง เพราะมนุษย์ก็อ่อนแอแบบนี้แหละ
 
----------------------------------------
 
หลังฟังเรื่องราวจาก Relji เสร็จ เมื่อเราเหยียบกลับเข้าไปหุบเขาพารามิน่าอีกครั้ง เราต้องตกใจกับพายุหิมะลูกใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่แห่งนี้ไม่เคยมีพายุหิมะมาก่อน แต่หลังจาก Fafnir ตื่นขึ้นมา ความคลุ้มคลั่งของมันก็เป็นต้นกำเนิดของพายุหิมะดังกล่าว
 
พวกวานพากันเดินทางไปถึงบริเวณธารสีเงิน จุดที่เคยมีแม่น้ำไหลผ่าน แต่ปัจจุบันแม่น้ำแข็งตัวกลายเป็นเส้นทางสีเงินไปแล้ว ณ ที่แห่งนั้นเราได้พบกับ Fafnir ที่มีร่างกายใหญ่โต แต่มันบาดเจ็บหนักจากอาวุธมากมายที่ถูกปักอยู่บนร่างของมัน ทั้งหมดนั้นคือหลักฐานของผู้ที่ยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อต่อสู้กับมัน
 
----------------------------------------
 
ภายหลังการต่อสู้กับ Fafnir ร่างกายของมันฉีกขาด จนเราพบแหวนวงหนึ่งส่องประกายออกมาจากข้างในท้องของมัน เราจึงเก็บแหวนแห่งแสงวงนั้นออกมาและนำไปให้ Relji ดู ซึ่งเธอตกใจมากเพราะเธอจำได้ว่าแหวนวงนั้นเป็นของ Ieeha นั่นหมายความว่า Ieeha ได้เข้าไปต่อสู้กับ Fafnir จนตัวตายแล้วก็โดนแด๊กลงท้อง
 
Relji ในตอนนั้นสับสน เธองุนงงว่าทำไมมนุษย์บางคนถึงยังบ้าออกไปสู้กับศัตรูที่ไม่มีทางชนะอย่าง Fafnir ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางเอาชนะมันได้
 
เธอยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากพูดกับเราต่อ
 
"ฉันเดินทางออกจากบ้านเกิดของชาววิเอร่า แหกกฎของเผ่าพันธุ์ เพราะฉันอยากรู้ว่าทำไมมนุษย์ถึงมีความเจริญรุ่งเรืองกว่าเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ในอิวาลิซ"
 
"แต่แล้วฉันก็พบกับโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยสงคราม ได้พบกับการถูกหักหลัง ผิดหวัง และบาดเจ็บ นับครั้งไม่ถ้วน"
 
"ท้ายที่สุดเมื่อฉันมาถึงเบอร์โอมิเซส ฉันก็พบกับมนุษย์ที่อ่อนแอ เอาแต่เฝ้าอ้อนวอนต่อพระเจ้า"
 
"ทว่าตอนนี้ฉันก็ได้เข้าใจ..."
 
"เพราะมนุษย์นั้นแสนอ่อนแอ พวกเขาจึงต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พวกเขารู้จักที่จะยอมรับ ให้อภัย ช่วยเหลือกัน และยอมที่จะสู้จนตัวตายเพื่อปกป้องพวกพ้องของกันและกัน"
 
"นี่คือความเข้มแข็งของพวกเขา ดังนั้น มนุษย์ถึงมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้”
 
"ฉันขอขอบคุณนักเดินทางชาวฮิวม์ การที่เธอนำแหวนของ Ieeha มามอบคืนให้กับฉัน ทำให้ฉันได้รับคำตอบของคำถามที่ทำให้ฉันต้องเดินทางออกจากบ้านเกิดมา ฉันจะไม่ย้ายไปไหนอีกแล้ว จะปักหลักอยู่ที่นี่ ในที่แห่งนี้ เพื่อเชิดชูเกียรติของ Ieeha ผู้ที่ยอมสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องภูเขาที่เขารัก”
 
หลังจากนั้นมา Relji ก็เลิกด่ามนุษย์ เธอปักหลักอาศัยอยู่ในนครเทพแห่งนี้ คอยช่วยเหลือชาวกิลเทียส และนำความรู้เรื่องการใช้พืชสมุนไพรที่เธอร่ำเรียนมาจากบ้านเกิดมาถ่ายทอดให้ชาวบ้านได้นำไปใช้ประโยชน์กันต่อไป