หลานสาวผมพึ่งดู Daddy of Light จบเมื่อกี้ ตอนดูไปเธอก็ตื่นเต้น มีอารมณ์ร่วม สนุกไปกับละครมาก
 
เนื่องด้วยหลานผมเคยเล่น FFXIV มาก่อนด้วย ถึงจะแค่เวลาสั้น ๆ ได้เล่นเป็นปาร์ตี้ลงดันฯ แค่ไม่กี่ครั้ง (แน่นอนว่าต้องมีตัวผมตามไปเป็นพี่เลี้ยงด้วย) แต่ก็มีความทรงจำที่ดีกับเกม
 
พอได้ย้อนกลับมาฟังเพลงของกริดาเนีย น้ำตามันก็จะไหลออกมา ฮือออออ
 
หลานบอกว่าชอบเรื่องราว ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกมาก มันมีอะไรที่ซึ้งเยอะ
 
จนกระทั่งมาดูตัวอย่างตอนต่อไปเนี่ยแหละ
 
มีทั้งผู้หญิงสาวสวยออกมา
มีทั้งพ่อบอกว่าอยากเลิกเล่น
 
"หนูไม่อยากดูตอนต่อไปแล้วววววว TTwwTT"
 
ผมหันไปถามหลานทันทีว่าอะไรกัน แค่มีผู้หญิงสาวสวยออกมาเบี่ยงความสนใจ ทำให้ถึงกับไม่อยากดูต่อแล้วเลยเหรอ? มีเหตุผลหน่อยสิ
 
"ถ้าเป็นกู๋บอน การที่ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้ชาย ทำให้ความอยากดูลดลงกี่ % เปอร์เซนต์?"
 
ผมเรียนตามตรงไปว่า 70%....
 
หลานก็บอกว่านั่นแหละ เพศของแคแรคเตอร์ มันมีผลต่อความรู้สึกในการอยากดูต่อ ผมก็อยากให้ทั้งเรื่องมีแต่ผู้หญิง หลานสาวก็อยากให้ทั้งเรื่องมีแต่ผู้ชาย มันก็เป็นเช่นนั้นเองงง T3T
 
-----------------------------------------------------
 
แบ่งปันประโยคช่วงหนึ่งจาก FFXIV: Daddy of Light
 
เป็นประโยคที่ทำให้ผมสะดุด เหมือนโดนกระโดดถีบเข้ากลางใจตั้งแต่ได้ยินครั้งแรกเลย
 
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ตอนเด็ก ๆ มีประสบการณ์งงกับคุณพ่อว่า ปกติก็พ่อเคร่งเครียดจริงจังกับทุกอย่างแท้ ๆ แต่ไหงบางทีก็มีช่วงที่พ่อเดเระ ใจดีกับทุกคนทุกอย่าง บางทีก็ถึงขั้นเอ่ยปากลากผมไปซื้อตลับก๊อบ Rockman World 5 ที่สะพานเหล็กขึ้นมา (ทั้งที่ปกติพ่อไม่ชอบเห็นผมเล่นเกมแท้ ๆ)
 
ช่วงไหนพ่อดูอาการหนัก ก็ถึงขั้นบอกว่าซื้อเกมเดียวมันจะพอเหรอ เอาอีกเกมดีมั้ย...
 
แต่พอกลับสู่สภาวะปกติ พอเห็นผมเล่นเกม พ่อก็จะเกรี้ยวกราดใส่เรื่อยมา
 
ผมก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรมาก ไม่ได้เก็บมาคิด จนกระทั่งมาดูละครตอนนี้ แล้วก็ย้อนกลับมาคิดถึงพฤติกรรมของผมเอง ในวัยที่ทำงานที่ทำงาน รับผิดชอบกิจการที่บ้าน และต้องเลี้ยงหลานแล้ว
 
ผมถึงเข้าใจว่ามันใช่เลย.... ช่วงไหนที่งานมันไม่มีปัญหา เราก็มุ่งมั่นทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ พอเราทำงานจนเหนื่อย สมาธิเราก็อาจยังโฟกัสกับงานอยู่ ทำให้เราใส่ใจหรือสังเกตความรู้สึกของคนในครอบครัวน้อยลง แม้เราจะรับผิดชอบภาระ (ธุรกิจบ้าน งานบ้าน สอนหนังสือหลาน ให้ค่าขนม ดูแลพ่อแม่) เบื้องต้นได้สมบูรณ์ แต่การสังเกต ใส่ใจ หรือเลือกคำพูด มันไม่ได้ออกมาดีที่สุดแน่
 
ในทางกลับกัน เวลาชีวิตติดขัด มีปัญหางานเอย ปัญหาความสัมพันธ์กับคนเอย เราก็จะย้อนมามองว่าเรายังมีบ้าน มีครอบครัวที่จะอยู่เคียงค้างและสนับสนุนเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยังมีพ่อแม่ มีหลานสาวที่รอเรากลับไปเล่นด้วยอยู่
 
แล้วผมก็จะเข้าโหมดหนีปัญหา พยายามลืมปัญหาที่ติดขัดอยู่สักพัก แล้วมาโฟกัสกับการใส่ใจครอบครัว ทำให้ช่วงนี้ก็จะสังเกตและใส่ใจความรู้สึกคนรอบข้างได้มากกว่าปกติ เวลาเลือกคำพูด ก็รู้จักเลือกคำพูดที่มันจะดีต่อใจพวกเขามากที่สุด มันก็จะดีกว่าเวลาปกติไปอีกขั้นหนึ่ง
 
สุดท้าย ผมมักคิดอยู่เสมอว่าเราทำงานเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข ยังไงครอบครัวก็ต้องมาก่อนทุก ๆ อย่าง... แต่ในทางปฏิบัติ บางทีเราก็หละหลวม เหนื่อยจนดูแลเทคแคร์คนในครอบครัวได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
 
เมื่อรู้แล้ว... วันนี้ คืนนี้ รวมถึงพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไปด้วย
 
อย่าลืมใส่ใจคนในครอบครัวให้มากขึ้น เหมือนในวันที่เรามีปัญหานะครับ พยายามทำแบบนั้นให้ได้ทุก ๆ วัน.... มันอาจจะเหนื่อยจัด แต่ก็เอาให้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ครับ :)
 
--------------------------------------------
 
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู FFXIV: Daddy of Light เข้าไปรับชมคลิปตอนแรกได้ที่