Final-Fantasy-XIII

 

Square Enix ร่วมกับ Louis Vuitton แต่งบทสัมภาษณ์ไลท์นิ่งกับการมาเป็นพรีเซนเตอร์ครั้งแรกให้กับ Louis Vuitton (อาการหนักมาก)
 
ก่อนหน้านี้คุณนิโคลัส เจสคีร์ (Nicolas Ghesquiere ) ผู้เป็น Artistic Director ของ Louis Vuitton ได้เคยออกมาอธิบายผ่านแฟมิซือแล้วว่าไลท์นิ่งเป็นสัญลักษณ์ของฮีโร่หญิงผู้โด่งดังในโลกที่ Social Network และ Communication ได้ถักทอเข้าสู่ชีวิตจริงของพวกเราอย่างเนียนกริ๊บ
 
บัดนี้ทางต้นสังกัดทั้งสองยังอุตส่าห์ไปแต่งเรื่อง ทำเหมือนไลท์นิ่งเป็นคนจริง ๆ ว่า Square Enix ได้อนุญาตให้ไลท์นิ่งมาเป็นนางแบบให้ Louis Vuitton และไลท์นิ่งก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงงานครั้งนี้ โดย Louis Vuitton ก็นำบทสัมภาษณ์มาส่งต่อให้กับทางสื่อ Telegraph เพื่อเผยแพร่ต่อไป เนื้อหาการสัมภาษณ์มีดังนี้
 
Q : นี่เป็นแคมเปญแรกของคุณรึเปล่า? รู้สึกยังไงบ้างกับการได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนางแบบแฟชั่น เคีนงข้างกับ Jennifer Connelly, Michelle Williams และ Alicia Vikander?
 
L : พวกเขาอยู่ในโลกที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ ฉันยังต้องเรียนรู้อีกเพื่อจะไล่ตามเหล่าสตรีผู้เจิดจ้า ซึ่งอยู่ห่างจากฉันหลายปีแสง (เยินยอว่านางแบบเหล่านั้นยังเหนือกว่าเธอหลายปีแสง)
 
ฉันหวังว่าสักวันหนึ่ง เราจะได้มาอยู่บนเวทีเดียวกัน โลกที่แตกต่างกันนั้นจะหลอมรวมกัน ใครจะไปรู้ได้ล่ะ? นั่นก็เป็นความทะเยอทะยานของฉัน (โลกที่แตกต่างในบริบทนี้มี 2 ความ หนึ่งคือเปรียบเปรยว่านางแบบเหล่านั้นเก่งกว่าเธอราวกับอยู่คนละโลก และสองคือหมายถึงเรื่องที่เธอมาจากอีกโลกหนึ่ง)
 
โชคดีที่ฉันไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ หนึ่งในจุดแข็งของฉันคือ "ประสบการณ์" ฉันไม่ใช่คนที่ไม่คุ้นเคยกับการก้าวข้ามความท้าทายและทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ ฉันสามารถเผชิญกับบททดสอบใด ๆ ก็ได้ตราบเท่าที่ฉันยังระลึกว่า
 
"ไม่เกี่ยวหรอกว่าทำได้หรือไม่ได้ แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องทำ" (ประโยคเดียวกับที่เธอพูดกับโฮปใน FFXIII)
 
Q : คุณคิดยังไงกับ Vision และ Collection ของคุณนิโคลัส? คุณพบตัวเองอยู่ในงานสร้างสรรค์ของเขารึเปล่า? (หมายถึงเจ้ากระเป๋านี้มันช่วยสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของตนเองรึเปล่า)
 
L : แม้สไตล์ของเขาจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับฉัน แต่วินาทีที่ฉันทอดสายตาลงบน Collection ของเขา ราวกับว่าฉันถูกสายฟ้าฟาดเข้าใส่ (ล้อมุกในนิยายหลังจบเกม เรื่องที่ตอนแอเด้เจอไลท์นิ่งแล้วรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาดลงกลางกบาล) ฉันก็รู้ว่าด้วยสิ่งนี้ ผู้คนจะเปลี่ยนไป ฉันจะเปลี่ยนไป (ล้อบทพูดตอนปราบบูนิเบลเซ่)
 
แล้วฉันก็คิดถูก Collection ของเขาช่วยเติมความเยือกเย็นและความภาคภูมิใจให้กับฉัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันคิดว่าสไตล์เดียวที่เหมาะกับฉันคือแบบที่สะท้อนความแข็งแกร่งและเข้มแข็งของฉัน (นั่นคงไม่ใช่กระเป๋าแฟชั่นแน่ ๆ เจ๊) แต่ฉันคิดผิด เขาได้เปลี่ยนภาพที่ฉันเห็นตัวเอง บางทีท้ายที่สุดฉันก็ได้เรียนรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของฉันเป็นอย่างไร
 
Q : รู้สึกยังไงที่ได้เป็นทูตให้กับ Louis Vuitton?
 
L : สำหรับฉันแล้ว ที่ผ่านมาเสื้อผ้าก็เป็นเพียงเกราะที่ช่วยประทังให้มีชีวิตอยู่เท่านั้น "การแต่งตัว" เป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในหัวฉันเลย บางทีฉันคงไม่เหมาะที่จะเป็นทูตให้ แต่ประสบการณ์นี้ได้ช่วยเปิดหูเปิดตาให้ฉัน แฟชั่นไม่ใช่เรื่องที่จะสอนหรือถ่ายทอดให้กันได้ แต่มันออกมาจากรสนิยมส่วนตัว เลือกด้วยตนเอง มันช่วยแสดงให้คนรอบข้างได้เห็นว่าเนื้อแท้ของคุณเป็นเช่นไร
 
มันทำให้ฉันเร้าใจ ความรู้สึกเดียวกับเวลาท่องไปยังดินแดนที่ไม่รู้จัก (เจ๊กำลังนึกถึงตอนไปแกรนพัลส์ครั้งแรก) มันเป็นความเร้าใจที่ฉันที่เคยผ่านอันตรายมามากยังไม่เคยพบมาก่อน Louis Vuttion จึงเป็นการเดินทางครั้งใหม่ - แฟนตาซีใหม่ - ที่ฉันจะเพลิดเพลินไปกับมันจากก้นบึ้งของหัวใจ
 
Q : แล้วโปรเจคท์ถัดจากนี้ของคุณคือ?
 
L : หลังจากการเดินทางอันแสนยาวนาน (หลังจากปราบบูนิเบลเซ่) ตอนนี้ฉันก็เพลา ๆ ลง วันคืนของฉันเปี่ยมด้วยสันติสุข นี่คือสิ่งที่ฉันใฝ่ฝันมาตลอด หวังว่าวันคืนเหล่านี้จะคงอยู่อีกยาวนาน
 
แต่ฉันก็เป็นคนที่เฝ้าผลักดันตัวเอง ทำตัวเองให้ดีขึ้น บางครั้งฉันก็มีแรงกระตุ้นให้กลับไปเสี่ยงชีวิตและทดสอบขีดจำกัดของตนเองอีกครั้ง (เกมใหม่?)
 
สักวันหนึ่ง ในอนาคตอีกไม่ไกล ฉันจะก้าวออกไปอีกครั้ง สู่โลกแห่งการต่อสู้ (World of Strife) แต่ฉันจะไม่ใช่คนเดิมกับที่เป็น ฉันจะกลับไปยังจุดกำเนิดของตนเอง (Origin) ดั่งวงแหวนโมบิอุส (Mobius Strip) แต่จะเป็นฉันคนใหม่ ที่พัฒนาขึ้น


ฉันเฝ้ารอวันที่เราจะได้พบกันอีกครั้ง

http://www.telegraph.co.uk/fashion/people/final-fantasy-character-lightning-on-starring-in-louis-vuitton-c/

 

 
จากที่วันก่อน คุณเจนจิราได้สอบถามเข้ามาว่าทำไม Louis Vuitton ถึงเลือกไลท์นิ่งเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ของ Lous Vuitton ในชุด Spring-Summer Collection (Series 4) ซึ่งจะเริ่มโปรโมตตั้งแต่มกราคม 2016 เป็นต้นไป? โดยผมก็ตอบไปด้วยความมั่นใจว่า ไม่รู้ เพราะยังไม่เห็นคอมเมนต์เรื่องนี้จากทีมงานไม่ว่าฝั่ง Square Enix หรือ Louis Vuitton ก็ตาม
 
ทว่าวันนี้ทางเว็บไซต์แฟมิซือได้ลงข่าวเรื่องนี้ พร้อมนำเสนอคอมเมนต์จากทีมงานทั้งสองฝั่ง ซึ่งจะช่วยไขข้อข้องใจเรื่องดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนี้
 
อย่างแรก ทางด้านคุณ นิโคลัส เจสคีร์ (Nicolas Ghesquiere ) ผู้เป็น Artistic Director ของ Louis Vuitton ได้อธิบายไว้ว่าคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ ต้องการนำเสนอความงามเสมือนจริงจากวีดีโอเกม โดยใช้ภาพลักษณ์ของผู้หญิง ซึ่งก็ตั้งใจจะพรีเซนต์ผู้หญิงที่มีไอค่อนโดดเด่นในเรื่องของความกล้าหาญ
 
ไลท์นิ่งเองก็เป็นสาวมั่นที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ในโลกซึ่งชีวิตจริงและ Social Network และ Communication ต่าง ๆ เชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ จึงเป็นตัวละครที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้เธอยังเป็นสัญลักษณ์ของ Pictorial Process แบบใหม่ เป็นกราฟฟิกที่อยู่เหนือการถ่ายภาพและการดีไซน์แบบเดิม ๆ ไลท์นิ่งจึงเป็นผู้บุกเบิกไปสู่การพรีเซนต์ของยุคใหม่
 
ส่วนทางด้านคุณเท็ตสึยะ โนมุระ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบตัวละครไลท์นิ่งขึ้นมาแต่แรก บอกว่าท่าโพสและแอ็คชั่นทั้งหมดในคอลเลคชั่นนี้ ออกแบบโดยฝั่ง Louis Vuitton เอง และให้ทาง Square Enix เป็นผู้ทำ CGI ให้ ซึ่งภายในระยะเวลาอันสั้น ทีมงาน Visual Works (ทีมทำ CGI ของค่าย) ก็ทำออกมาได้ดี นี่ก็ไม่ใช่เกมแท้ ๆ แต่ไลท์นิ่งก็งานเข้าอีกครั้ง ได้ไปเป็นแคแรคเตอร์ให้กับแบรนด์ระดับโลก เขาจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
 
หวังว่าจากข่าวนี้ คุณเจนจิรา น่าจะได้คำตอบที่เคลียร์แล้วนะครับ
 
 
 
 
Louis Vuitton ร่วมกับทีม Visual Works ของ Square Enix ร่วมกันจัดทำคลิปโฆษณาสินค้าซีรีส์ 4 ขึ้นมา โดยใช้พรีเซนเตอร์เป็น ไลท์นิ่ง
 
อนึ่ง... เมื่อปี 2012 ก๊วนเพื่อนเจ๊เคยไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้ Prada มาแล้ว นี่จึงถือเป็นงานพรีเซนเตอร์ครั้งที่ 2 ของเจ๊เลยทีเดียว
 

ไทม์ไลน์ของเกม Final Fantasy XIII ดังที่ปรากฏอยู่ด้านล่างนี้ เป็นไทม์ไลน์ที่ผมเขียนขึ้นตามความเข้าใจของผมเอง เนื้อหาทั้งหมดมาจากการเอาเรื่องราวจากบทสนทนาและบันทึกภายในเกมมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน จนได้ออกมาเป็นลำดับขั้นที่สมบูรณ์อย่างที่เห็น เนื่องจากบทความนี้ (น่าจะ) เป็นไทม์ไลน์แรกที่ผมเรียบเรียงขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว มิได้แปลมาจากไทม์ไลน์ของกูรูท่านไหนเหมือนไทม์ไลน์ก่อนๆ เนื้อหาทั้งหมดจึงเป็นการตีความตามความคิดของผมคนเดียว เราจึงไม่อาจเรียกบทความด้านล่างนี้ว่าเป็นข้อเท็จจริงได้ แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงแค่ทฤษฎีที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากมีข้อมูลใหม่ๆ หลักฐานใหม่ๆ ปรากฏขึ้นในอนาคต จึงหมายเหตุไว้ให้ทราบโดยทั