Final-Fantasy-XIV

Life is Strange: Before the Storm 
 
- จะมี 3 Episode เป็นเนื้อเรื่องก่อนเริ่มภาคหลัก
 
- ลงให้ PS4 Xbox One และ PC
 
- วางขายตอนแรก 31 สิงหาคม 2017
 
Kingdom Hearts -HD I.5 + II.5 ReMiX-
 
- วันนี้เที่ยงมีแพทซ์ เพิ่ม Theatre Mode ของภาคแรก และคัตซีนสู้บอสซิออนใน 358/2 Days
- https://www.famitsu.com/news/201706/12135107.html

- ซีนใหม่อยู่ในช่วงนาที 2:04 - 4:28 ของคลิปนี้ เป็นฉากต่อสู้ระหว่างร็อคซัสกับซิออนในร่างบอสใหญ่ของเกม ในทางเนื้อเรื่องแล้วมันไม่มีอะไรใหม่ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นภาคนี้มาก่อน การเพิ่มฉากแบทเทิลลงไป ก็ทำให้ได้อรรถรสในการชมเนื้อหามากขึ้นครับ

 
 
Kingdom Hearts III
 
- คลิปเปรียบเทียบความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างเทรลเลอร์ KH3 ในแชนแนลของ Square Enix JP กับในแชนแนล Kingdom Hearts เอง https://www.youtube.com/watch?v=feK25jFBvO4
 
- เรื่องมีอยู่ว่าในงานคอนเสิร์ต Kingdom Hearts Orchestra -World Tour- เมื่อวาน คุณโนมุระพูดในงานว่าจะเอา Final Information ไปพรีเซนต์ในงาน D23 Expo เดือนหน้า
 
ทีนี้แฟน ๆ ในงานมากมาย ในนาทีนั้นก็แปลความกันว่า Final Information หมายถึงวันวางจำหน่าย
 
แต่ทีนี้พอตั้งสติกันได้ และมาไตร่ตรองด้วยเหตุและผลแล้ว... ไอ้เรื่องที่จะประกาศวันวางจำหน่ายในเดือนหน้าเลย มันยังเป็นไปไม่ได้.... เนื่องจากเกมมันไม่อยู่ในแผนงานเกมที่จะออกในปีงบประมาณ 2017 (สิ้นสุดมีนาคม 2018) แต่แรกแล้ว ครั้นจะประกาศวันวางจำหน่ายล่วงหน้าเป็นปี มันก็ไม่ใช่วิสัยที่เคยทำมา
 
ทีนี้ก็แล้วแต่แฟน ๆ แต่ละคนแล้วครับว่า Final Information ของคุณโนมุระคืออะไร... 
 
ส่วนตัวผมคิดว่าเต็มที่ก็แค่น่าจะพูดภาพรวมคร่าว ๆ ของแผนงานเกมที่แน่นอนแล้ว (เช่น จำนวนดาว Disney ทั้งหมด ระบบทั้งหมดที่นิ่งแล้ว ฯลฯ) ซึ่งมันคงไม่ใช่อะไรที่หวือหวาเท่าไหร่ เรื่องดาวใหม่ยังน่าสนใจกว่าครับ
 
- 35 ชั่วโมงผ่านไป เทรลเลอร์ใหม่ของ Kingdom Hearts III ทะลุหลัก 2 ล้านวิวแล้ว
 
เห็นตัวเลขแล้ว ผมเลยลองไปค้นสถิติเก่า ๆ ที่เคยลงข่าวไว้ เคยบันทึกว่าเทรลเลอร์ FFXV ใน TGS 2014 (หลังรีบู๊ทครั้งสุดท้าย) ทำสถิติ 2.6 ล้านวิวใน 3 วัน ส่วนเทรลเลอร์ FFVII Remake ใน E3 2015 ทำสถิติ 2.6 ล้านวิวในเวลาเพียง 14 ชั่วโมง และ 7.18 ล้านวิวใน 3 วัน
 
ของ KH III นี่ หลังจากหายไปนอน ทำยอดวิวช่วงแรกได้ขนาดนี้ก็ดีมากแล้ว


Dissidia -Final Fantasy- NT

 
- คลิปเกมเพลย์ https://www.youtube.com/watch?v=6NBRPeVowuY
 
Final Fantasy XIV
 
- โฆษณาล่าสุดของ Final Fantasy XIV เรื่องราวของเพื่อนพ้องที่เติบโตมาด้วยกัน ผ่านช่วงเวลาแห่งความฝันและความหวัง แต่ต้องแยกจากกันเมื่อโตขึ้น ทว่า FFXIV ได้นำช่วงเวลาและความรู้สึกในวันวาน กลับมาหาพวกเขา ให้ได้กลับไปหัวเราะและร้องไห้ร่วมกันอีกครั้ง
 
 
Final Fantasy XV
 
- Square Enix และสำนักพิมพ์ Kadokawa เตรียมออกหนังสือการ์ตูน Final Fantasy XV Official Comic Anthology (ファイナルファンタジーXV 公式コミックアンソロジー) ความยาว 130 หน้า ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2017 ราคาเล่มละ 702 เยน http://books.rakuten.co.jp/rb/15010439/ 
 

 

วิจารณ์ Final Fantasy XIV : คุณพ่อแห่งแสง ตอนที่ 3 ครับ
 
ตอนนี้เป็นตอนที่ทำให้ผมตื้นตัน มีโมเมนต์ให้น้ำตาซึมมากที่สุดใน 3 ตอนที่ออกมาเลย
 
เรื่องมันเริ่มจากอาคิโอะ ซึ่งก็เป็นเหมือนคนเล่นเกมทั่วไป มีนิสัยเนิร์ด ๆ ติ๋ม ๆ เข้าสังคมไม่เก่ง ชอบเก็บตัว อยากกลับบ้านเล่นเกม..... ผมว่าคนเล่นเกมจัดหลาย ๆ คนเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน น่าจะเคยเจอปัญหาแบบนี้กัน
 
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่ออาคิโอะที่ประสบการณ์ทำงานยังไม่มากพอ ยังปรับตัวเข้าสังคมไม่เก่ง ยังใส่หน้ากากไม่เป็น ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลลูกค้าบริษัทมาชิบะ ซึ่งในการทำงานมันต้องมีการไปดื่มสังสรรค์กัน
 
แต่เจ้ากรรม อาคิโอะไม่ได้ทำการบ้านมาว่าลูกค้าเป็นคนยังไง ชอบอะไร แล้วก็ไปเลี้ยงลูกค้าแบบเงิบ ๆ ไปถึงก็ไปนั่งไม่มีเรื่องคุย ฟังพวกเขาคุยเรื่องเบสบอลกันไม่รู้เรื่อง แล้วก็หาประเด็นกลางที่คุยกันสนุกทุกฝ่ายไม่เจอ บรรยากาศมันก็เลยกร่อย ไม่เป็นที่พอใจของลูกค้า
 
นี่ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่คนทำงาน ต้องค่อย ๆ เรียนรู้กันไปว่าจะปรับตัวเข้าหาสังคมยังไง จะทำการบ้าน จะสวมบทบาท หรือจะอะไร แต่เมื่อเป็นงาน มันก็ต้องพยายามทำออกมาให้ดีกว่านี้
 
ขณะที่อาคิโอะเจอปัญหานี้อยู่ สลับมาทางคุณพ่อที่ได้คีย์บอร์ดใหม่มาแล้ว จากคุณพ่อที่เงียบขรึมไม่ค่อยพูด คราวนี้เล่นใหญ่
 
พออยู่ในเกม คุณพ่อทั้งพูดเยอะ กด Emote รัว ๆ ....จ้อไม่หยุด สวนทางกับบุคลิกที่แสดงออกมาในโลกจริงนัก
 
การกระทำของคุณพ่อในจุดนี้มันตีความได้ 2 แบบ
 
1. พ่อแกเก็บกดจากโลกจริง ที่จะพูดอะไรสักอย่างต้องคิดให้รอบคอบ จะทำอะไรสักอย่างก็ต้องคำนึงว่าตัวเองต้องเป็นแบบอย่างแก้ผู้อื่น พอคุณพ่อได้จับจอย ถอดหัวโขนที่สวมอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง คุณพ่อเลยพูดความในใจได้เต็มที่ คิดยังไงก็ใส่ไปเลย ไม่ต้องขรึมคิดให้มาก
 
2. พ่อแก "อยู่เป็น" คือเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักที่จะปรับตัวให้เหมาะสมกับสังคมที่อยู่ พอเห็นสังคมในโลกแห่งเกมมันเฮฮา สบาย ๆ ....พ่อแกก็สามารถปรับบุคลิกให้เป็นแบบเฮฮา พูดมาก เรียกว่า "เล่นใหญ่" เอาให้เหมาะกับบริบทสังคมที่ตัวเองอยู่
 
ซึ่งผมว่า การกระทำของพ่อ ก็อาจจะมาจาก 2 เหตุผลด้านบนประกอบกันก็ได้
 
.............................................
 
กลับมาที่งานของอาคิโอะ ที่จริงแล้วผมว่าปัญหาที่เขาเจอ เป็นเรื่องที่โทษอาคิโอะคนเดียวไม่ได้ คนบริหาร ก็ต้องรู้จัก Put the right man in the right job ด้วย
 
ก่อนที่จะเลือกให้ใครทำงานหน้าที่อะไร คนบริหารก็ต้องพิจารณาบุคลิก วัยวุฒิ คุณวุฒิ อุปนิสัย ทักษะ และปัจจัยหลายอย่างในตัวตัวเลือกทั้งหมดให้ดีเสียก่อน แล้วจิ้มคนที่เหมาะสมกับงานที่สุดขึ้นมา
 
ทีนี้ จริงอยู่ว่าไม่ว่าใครที่โดนจิ้มให้ทำงานขึ้นมาแล้ว มันก็ต้องทำให้ดีที่สุด เต็มขีดความสามารถของตัวเอง เป็นมืออาชีพ ที่จะทำให้งานมันเดินไปได้
 
แต่ถ้าพยายามเต็มที่แล้วมันไม่เวิร์ค หรือคนบริหารมันจิ้มคนไม่เหมาะสมกับหน้าที่มาทำ ผมว่าบางทีก็อาจจะต้องทบทวน และเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ให้เขาไปทำงานอื่นที่เหมาะสมกับตัวเขามากกว่าแทน 
 
คนเราแต่ละคน ก็มีความสามารถไม่เหมือนกัน พารามิเตอร์แต่ละด้านไม่เท่ากัน
 
คนเป็นช้าง จะไปวัดผลด้วยการสั่งให้ปีนต้นไม้ก็ไม่ใช่เรื่อง
คนเป็นลิง จะไปสั่งให้ว่ายน้ำ มันก็ไม่ได้
คนเป็นปลา จะให้ไปลากซุง บ้าเหรออออ....!!
 
กรณีของอาคิโอะ หลังจากที่เขาได้รับการสั่งสอนจากพ่อว่าให้ทำงานอย่างเต็มที่ถึงที่สุด อย่าไปยอมแพ้ ก็ได้กลับมาพยายามใหม่อีกครั้ง พยายามเรียนรู้สิ่งที่ลูกค้าชอบ รู้จักทำการบ้านมาก่อน และวางตัวเข้าสังคมให้เป็นมากขึ้น
 
ท้ายที่สุดอาคิโอะก็วางตัวให้ลูกค้าพอใจได้สำเร็จ ซึ่งกรณีของอาคิโอะ ก็ถือว่าโชคดีที่ทักษะทางสังคมเขาไม่ใช่ศูนย์ ถึงจะพูดน้อย เก็บตัว ติ๋ม แต่เขาอยู่ในระดับที่ "ถ้าจะพยายาม ก็ทำได้" ซึ่งพอเขาได้พยายาม มันก็สำเร็จ
 
แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเกิดจิ้มตัวคนที่คุยเก่งและมีทักษะในการเข้าสังคมดีกว่าอาคิโอะขึ้นมาทำหน้าที่นี้ ลูกค้าก็ย่อมพึงพอใจมากกว่านี้
 
ในทางกลับกัน ถ้าดันไปจิ้มคนที่พูดจาไม่รู้เรื่อง นิ่งเงียบ คุยไม่เก่ง ไม่มีทักษะทางสังคมเลยมาทำหน้าที่ดูแลลูกค้า อันนี้ฝืนทู่ซี้ไปก็ไม่รอด แบบนั้นมันก็ต้องเปลี่ยนตัวจริง ๆ
 
.............................................
 
พูดแล้วก็นึกถึงเรื่องที่พี่ซันเคยพูดไว้ในการพรีเซนต์เรื่องการทำงานเกมในไทยเนี่ยแหละ พี่ซันเคยบอกว่าการทำงานเนี่ย คุณต้องมีทักษะทางสังคม ต้องปรับตัวเข้าสังคมได้
 
จะมีข้อยกเว้นก็แต่พวกอัจฉริยะที่คุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง นั่งอยู่ในมุมทำงานของตัวเองเงียบ ๆ ถ้าคุณเป็นอัจฉริยะจริง เดี๋ยวคนอื่นก็จะต้องเข้าไปง้อคุณ เข้าหาคุณเอง (พี่หน่อยก็เคยบอกว่าในบริษัท มีคนต่างชาติบางคนพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลย แต่คนพวกนี้เก่งจริง ก็ต้องง้อเขา)
 
แต่ตราบใดที่เรายังไม่ใช่อัจฉริยะ เรายังเป็นคนธรรมดากันอยู่ ก็ต้องรู้จักที่จะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับสังคมกันต่อไปครับ 555
 
ป.ล. ตอนจบที่พ่อบอกว่า คอนโทรลเลอร์โดนแม่เอาไปซ่อนแล้ว ......โคตรพีกกกกก
 
--------------------------------------
 
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู Final Fantasy XIV : คุณพ่อแห่งแสง ตอนที่ 3 เข้าไปรับชมได้ตามลิงค์นี้ครับ
 


Final Fantasy XIV เตรียมยุติการสนับสนุนตัวเกมเวอร์ชั่น PS3 ในวันที่ 16 มิถุนายน 2017 นี้ หมายความว่าหลังจากวันนั้น เราจะไม่สามารถเล่นเกมนี้ผ่าน PS3 ได้อีกต่อไป โดยวันดังกล่าวก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับการ Early Access ของเนื้อหาตอนล่าสุดของเกมซึ่งมีชื่อว่า Storm Blood

เพื่อทิ้งทวนและร่ำลาตัวเกมเวอร์ชั่น PS3 ตัวเกมจะเปิดให้เล่นบน PS3 ได้ฟรีตั้งแต่ 1 พ.ค. นี้จนถึงวันสิ้นสุดการให้บริการเวอร์ชั่น PS3

ทั้งนี้ผู้เล่นที่มี ID ซึ่งมีสิทธิเล่นบน PS3 สามารถเอาไปอัพเกรดสิทธิ เป็นสิทธิสำหรับเล่นบน PS4 ได้ฟรีภายในสิ้นปีนี้ครับ

http://na.finalfantasyxiv.com/lodestone/topics/detail/dd438e709e2601f12c53ab0d9d7afebec6dca096

http://na.finalfantasyxiv.com/lodestone/topics/detail/a51c0dbf019fc744b3411b8f8e06d20c1826d455

 
หลานสาวผมพึ่งดู Daddy of Light จบเมื่อกี้ ตอนดูไปเธอก็ตื่นเต้น มีอารมณ์ร่วม สนุกไปกับละครมาก
 
เนื่องด้วยหลานผมเคยเล่น FFXIV มาก่อนด้วย ถึงจะแค่เวลาสั้น ๆ ได้เล่นเป็นปาร์ตี้ลงดันฯ แค่ไม่กี่ครั้ง (แน่นอนว่าต้องมีตัวผมตามไปเป็นพี่เลี้ยงด้วย) แต่ก็มีความทรงจำที่ดีกับเกม
 
พอได้ย้อนกลับมาฟังเพลงของกริดาเนีย น้ำตามันก็จะไหลออกมา ฮือออออ
 
หลานบอกว่าชอบเรื่องราว ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกมาก มันมีอะไรที่ซึ้งเยอะ
 
จนกระทั่งมาดูตัวอย่างตอนต่อไปเนี่ยแหละ
 
มีทั้งผู้หญิงสาวสวยออกมา
มีทั้งพ่อบอกว่าอยากเลิกเล่น
 
"หนูไม่อยากดูตอนต่อไปแล้วววววว TTwwTT"
 
ผมหันไปถามหลานทันทีว่าอะไรกัน แค่มีผู้หญิงสาวสวยออกมาเบี่ยงความสนใจ ทำให้ถึงกับไม่อยากดูต่อแล้วเลยเหรอ? มีเหตุผลหน่อยสิ
 
"ถ้าเป็นกู๋บอน การที่ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้ชาย ทำให้ความอยากดูลดลงกี่ % เปอร์เซนต์?"
 
ผมเรียนตามตรงไปว่า 70%....
 
หลานก็บอกว่านั่นแหละ เพศของแคแรคเตอร์ มันมีผลต่อความรู้สึกในการอยากดูต่อ ผมก็อยากให้ทั้งเรื่องมีแต่ผู้หญิง หลานสาวก็อยากให้ทั้งเรื่องมีแต่ผู้ชาย มันก็เป็นเช่นนั้นเองงง T3T
 
-----------------------------------------------------
 
แบ่งปันประโยคช่วงหนึ่งจาก FFXIV: Daddy of Light
 
เป็นประโยคที่ทำให้ผมสะดุด เหมือนโดนกระโดดถีบเข้ากลางใจตั้งแต่ได้ยินครั้งแรกเลย
 
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ตอนเด็ก ๆ มีประสบการณ์งงกับคุณพ่อว่า ปกติก็พ่อเคร่งเครียดจริงจังกับทุกอย่างแท้ ๆ แต่ไหงบางทีก็มีช่วงที่พ่อเดเระ ใจดีกับทุกคนทุกอย่าง บางทีก็ถึงขั้นเอ่ยปากลากผมไปซื้อตลับก๊อบ Rockman World 5 ที่สะพานเหล็กขึ้นมา (ทั้งที่ปกติพ่อไม่ชอบเห็นผมเล่นเกมแท้ ๆ)
 
ช่วงไหนพ่อดูอาการหนัก ก็ถึงขั้นบอกว่าซื้อเกมเดียวมันจะพอเหรอ เอาอีกเกมดีมั้ย...
 
แต่พอกลับสู่สภาวะปกติ พอเห็นผมเล่นเกม พ่อก็จะเกรี้ยวกราดใส่เรื่อยมา
 
ผมก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรมาก ไม่ได้เก็บมาคิด จนกระทั่งมาดูละครตอนนี้ แล้วก็ย้อนกลับมาคิดถึงพฤติกรรมของผมเอง ในวัยที่ทำงานที่ทำงาน รับผิดชอบกิจการที่บ้าน และต้องเลี้ยงหลานแล้ว
 
ผมถึงเข้าใจว่ามันใช่เลย.... ช่วงไหนที่งานมันไม่มีปัญหา เราก็มุ่งมั่นทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ พอเราทำงานจนเหนื่อย สมาธิเราก็อาจยังโฟกัสกับงานอยู่ ทำให้เราใส่ใจหรือสังเกตความรู้สึกของคนในครอบครัวน้อยลง แม้เราจะรับผิดชอบภาระ (ธุรกิจบ้าน งานบ้าน สอนหนังสือหลาน ให้ค่าขนม ดูแลพ่อแม่) เบื้องต้นได้สมบูรณ์ แต่การสังเกต ใส่ใจ หรือเลือกคำพูด มันไม่ได้ออกมาดีที่สุดแน่
 
ในทางกลับกัน เวลาชีวิตติดขัด มีปัญหางานเอย ปัญหาความสัมพันธ์กับคนเอย เราก็จะย้อนมามองว่าเรายังมีบ้าน มีครอบครัวที่จะอยู่เคียงค้างและสนับสนุนเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยังมีพ่อแม่ มีหลานสาวที่รอเรากลับไปเล่นด้วยอยู่
 
แล้วผมก็จะเข้าโหมดหนีปัญหา พยายามลืมปัญหาที่ติดขัดอยู่สักพัก แล้วมาโฟกัสกับการใส่ใจครอบครัว ทำให้ช่วงนี้ก็จะสังเกตและใส่ใจความรู้สึกคนรอบข้างได้มากกว่าปกติ เวลาเลือกคำพูด ก็รู้จักเลือกคำพูดที่มันจะดีต่อใจพวกเขามากที่สุด มันก็จะดีกว่าเวลาปกติไปอีกขั้นหนึ่ง
 
สุดท้าย ผมมักคิดอยู่เสมอว่าเราทำงานเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข ยังไงครอบครัวก็ต้องมาก่อนทุก ๆ อย่าง... แต่ในทางปฏิบัติ บางทีเราก็หละหลวม เหนื่อยจนดูแลเทคแคร์คนในครอบครัวได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
 
เมื่อรู้แล้ว... วันนี้ คืนนี้ รวมถึงพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไปด้วย
 
อย่าลืมใส่ใจคนในครอบครัวให้มากขึ้น เหมือนในวันที่เรามีปัญหานะครับ พยายามทำแบบนั้นให้ได้ทุก ๆ วัน.... มันอาจจะเหนื่อยจัด แต่ก็เอาให้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ครับ :)
 
--------------------------------------------
 
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู FFXIV: Daddy of Light เข้าไปรับชมคลิปตอนแรกได้ที่
 
 
ภายในงาน Final Fantasy XIV Fan Festival 2017 ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน ทาง Guinness World Records ได้ทำการจดบันทึกสถิติโลกใหม่ให้แก่ Final Fantasy XIV และซีรีส์ Final Fantasy สามสถิติด้วยกัน ได้แก่
 
 
1. Final Fantasy XIV ถูกจดบันทึกให้เป็นเกม MMO ที่มีฉากเครดิตยาวนานที่สุด (Longest Credits in a MMO) ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 38 นาที - สำหรับรางวัลนี้คุณนาโอกิ โยชิดะ ผู้กำกับและผู้อำนวยการ FFXIV ตั้งแต่เวอร์ชั่น A Realm Reborn เป็นต้นมา กล่าวว่ารางวัลนี้มีความหมายต่อแกมาก หลายปีตั้งแต่ FFXIV ภาคแรก จนถึงภาคใหม่วางจำหน่ายมันเต็มไปด้วยปัญหา แต่พวกเขาก็ได้รับการสนับสนุนจาก Legacy Player ที่รอดชีวิตจากเมเทโอและมาร่วมใน Legacy Campaign พวกเขาเหล่านั้นช่วยทำให้ฉากเครดิตยาว ถ้าไม่มีพวกเขา ก็ไม่มีเกมอย่างที่พวกเราทำกันอยู่ทุกวันนี้
 
 
2. Final Fantasy XIV เป็นเกมที่มีเพลงประกอบมากที่สุด (Most Original Pieces of Music in a Video Game) ด้วยจำนวน 384 เพลง - คุณมาซาโยชิ โซเคน ผู้ประพันธ์เพลงขึ้นรับรางวัล
 
 
3. Final Fantasy เป็นซีรีส์ RPG ที่มีภาคแยกย่อยมากที่สุด (Most Prolific Role-playing Series) รวมกันถึง 87 ภาค - ประธานบริษัท Square Enix คนปัจจุบัน โยสึเกะ มัตสึดะ ขึ้นรับรางวัล และพูดตามขนบว่าคงคงไม่ได้มาถึงจุดนี้หากปราศจากแฟน ๆ ขอให้ช่วยสนับสนุนกันต่อไป
 
 
ในช่วงคุณโนบุโอะ อุเอมัตสึ และคุณโซเคน ตอบคำถามภายในงาน ทั้งสองบอกว่าเวลาแต่งเพลงนั้น ตอนแรกก็จะดูฉากแล้วคิดเมโลดี้กันขึ้นมาในหัวก่อน อาจจะไปอ่านเนื้อเรื่องหรือถามรายละเอียดจากทีมงาน ถ้ามีให้ทดลองเล่นก็ลอง
 
อย่างกรณีการต่อสู้กับไตตัน คุณโซเคนบอกว่าตอนเขาทดลองเล่น เขาก็ตัดสินใจว่าพอถึงจุดนึงของการต่อสู้ ก็อยากให้เพลงมันเปลี่ยนไป เขาก็ไปคุยกับทีมสร้างการต่อสู้ให้ทำแบบนั้น ซึ่งคุณโซเคนก็หยอกว่าบางทีเพราะเหตุนี้ พวกเขาถึงได้รับจดบันทึกให้เป็นเกมที่มีเพลงประกอบเยอะที่สุด
 
สำหรับคำถามว่าการสร้างเพลงให้กับ FF มีหลักอย่างไรบ้าง? คุณอุเอมัตสึบอกว่าเขาก็เรียนรู้การแต่งเพลงมาเรื่อย ๆ ตลอดการแต่งเพลงให้ FF ตัวเขาเองก็มีภาพในหัวว่าเพลงของ FF จะต้องเป็นแบบไหน ทว่าโดยสรุปแล้ว มันก็ไม่มีหลักตายตัว อยากจะทำแบบไหน แนวไหนก็ได้
 
ส่วนคุณโซเคนบอกว่ากรณี FFXIV มันมีเนื้อหาหลากหลาย เขาก็พยายามแต่งเพลงให้เหมาะสมกับเนื้อหาที่สุด ทำให้เกิดเป็นเพลงหลายแนวขึ้นมา
 
ต่อมาเมื่อถูกถามว่าการแต่งเพลงให้เกม MMO กับเกม Offline ต่างกันยังไง คุณโซเคนบอกว่าเขาคำนึงถึงเรื่องเวลาที่ใช้เล่นเป็นสำคัญ ถ้าเป็นเกม MMO ก็ต้องใช้เพลงที่ทำให้ผู้เล่นไม่เบื่อแม้ต้องฟังซ้ำรอบแล้วรอบเล่า ทั้งนี้ก็ต้องทำให้เพลงมันยาวขึ้น หรืออาจเปลี่ยนเพลงเมื่อสภาพอากาศในเกมเปลี่ยนไป
 
เมื่อถูกถามว่าคุณอุเอมัตสึกับคุณโซเคนมาเจอกันได้อย่างไร? คุณอุเอมัตสึก็ตอบให้ว่าเขาทำงานที่ Squaresoft อยู่ก่อน แล้วโซเคนก็เข้ามาในฐานะรุ่นน้อง ทว่าทั้งสองก็ไม่เคยทำงานโปรเจคท์เดียวกันมาก่อน ก็ไม่ได้เจอกันในที่ทำงาน แต่ดันไปเจอกันในผับ...
 
คุณโซเคนยังบอกอีกว่าในการนำเพลงจาก FF ภาคเก่า ๆ มาเรียบเรียงใหม่ เขาก็รู้สึกอยู่เสมอว่าเพลงเหล่านั้นเป็นเพลงของคุณอุเอมัตสึ เขาไม่อยากทำลายความรู้สึกที่แฟน ๆ มีต่อเพลงเหล่านั้น ก็ต้องทำอย่างระมัดระวัง ทำให้มันมอบความรู้สึกแบบเดียวกัน
 

 

 
ส่วนคุณอุเอมัตสึนั้น บอกว่าเพลงของตนก็เหมือนลูกของตน เขาไม่มีปัญหาหากคนอื่นจะมาแต่งตัวให้กับลูกของตน
 
คุณโซเคนยังแซวอีกว่าเขาไม่ค่อยได้ทำงานกับคุณอุเอมัตสึ แต่ติดภาพว่าคุณอุเอมัตสึแกดื่มน้ำเมาอยู่ตลอด คุณอุเอมัตสึเองก็มองคุณโซเคนเป็นนักดื่มเหมือนกัน ทั้งสองรับว่ารู้สึกเวลากรึ่ม ๆ แล้วจะทำงานได้ดี ด้านคุณอุเอมัตสึยังบอกอีกว่าว่าเวลามีไอเดียอะไรเด็ด แกก็ยกน้ำนั่นแหละไปซดไปทำไปหน้า PC ด้วย
 
ถึงตรงนี้คุณโซเคนก็ยอมรับว่าเวลาแกเมา แกชอบแก้ผ้า... คุณอุเอมัตสึเลยเล่าให้ฟังว่าครั้งหนึ่งตอนยังทำงานกันอยู่ใน Square ก็มีการนัดเฉพาะทีมงานด้านเสียงไปดื่มกัน ก็ดื่ม ๆ กันไป พอถึงจุดนึงแกก็แวะเข้าห้องน้ำ พอกลับมาก็เห็นคนอื่น ๆ อยู่ในสภาพเมามาย กางเกงในถูกดึงลงไปอยู่ด้านล่าง พอเป็นแบบนี้บางผับก็ขอแบนพวกเขา ไม่อยากให้พวกเขากลับไปใช้บริการด้วย
 
สุดท้ายคุณโซเคนบอกว่าสมัย FFXIV 1.X คุณอุเอมัตสึแกแต่งเพลงไว้ราว 70 เพลง แต่พอ End of Era เพลงจำนวนมากก็ถูกถอดออกไป แต่ถ้าเขาเห็นว่าฉากใหม่ ๆ ฉากไหนมันเหมาะกับเพลงที่คุณอุเอมัตสึเคยแต่งไว้ก่อนแล้ว เขาก็จะเพลงเหล่านั้นกลับมาใช้