Ivalice-Alliance

Media Create เปิดเผยผลสำรวจยอดขายเกมในญี่ปุ่นประจำสัปดาห์ล่าสุด ซึ่ง Final Fantasy XII -The Zodiac Age- ทำยอดขายเปิดตัวสัปดาห์แรกได้เพียง 100,764 ชุดเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนเกือบเทียบเท่าภาค Zodiac Job System ที่ขายตลอดศกได้ 110,000 ชุดแล้ว
 
ทว่ายอดเปิดตัวดังกล่าว ยังห่างไกลกับ FFX | X-2 HD Remaster ที่ทำยอดเปิดตัวสัปดาห์แรกในญี่ปุ่นได้ 339,902 ชุด และสร้างสถิติเป็นเกม HD Remaster ที่เปิดตัวได้แรงที่สุดในช่วงเวลานั้น
 
 
งานงอกสำหรับคนที่สั่งจอง Final Fantasy XII -The Zodaic Age- ไปแล้วจ้า (ผมพึ่งไปสั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา) วันนี้ทางค่ายพึ่งเปิดให้สั่งจองเกมแบบดิจิตอลทาง PSN ได้ โดยจะแบ่งออกเป็นชุดปกติและชุด Premium Edition ซึ่งมีองค์ประกอบต่างกันดังนี้
 
==================
ชุดธรรมดา - ราคา 7,344 เยน
==================
 
1. ไฟล์เกม
 
2. FFXII -The Zodiac Age- Mini Soundtrack มีเพลงให้ 4 เพลง (ตัดมาจาก OST)
(โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. เป็นต้นไป สำหรับคนที่กดจองล่วงหน้าเท่านั้น)
 
3. FFXII -The Zodiac Age- Mob Hunt PS4 Custom Theme
(โหลดได้ทันที สำหรับคนที่กดจองหรือซื้อภายในวันที่ 26 ก.ค. นี้)
 
4. FFXII -The Zodiac Age- Mob Hunt PS4 Custom BGM
(โหลดได้ทันที สำหรับคนที่กดจองหรือซื้อภายในวันที่ 26 ก.ค. นี้)
 
==================
ชุด Digital Premium Edition - ราคา 11,448 เยน
==================
 
1. ตัวเกม
 
2. FFXII -The Zodiac Age- Extra Soundtrack มีเพลงให้ 3 เพลง ไม่ซ้ำกับ OST
(โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. เป็นต้นไป สำหรับคนที่กดจองล่วงหน้าเท่านั้น)
 
3. FFXII -The Zodiac Age- Mob Hunt PS4 Custom Theme
(โหลดได้ทันที สำหรับคนที่กดจองหรือซื้อภายในวันที่ 26 ก.ค. นี้)
 
4. FFXII -The Zodiac Age- Mob Hunt PS4 Custom BGM
(โหลดได้ทันที ถ้าเป็นชุดธรรมดาต้องซื้อภายในวันที่ 26 ก.ค. แต่ในชุดนี้จะซื้อเมื่อไหร่ก็โหลดได้เหมือนกัน)
 
5. FFXII -The Zodiac Age- Archadia Empire PS4 Custom Theme
(โหลดได้ทันที เมื่อไหร่ก็ได้)
 
6. FFXII -The Zodiac Age- OST ประกอบด้วยเพลง 99 เพลง
(โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. เป็นต้นไป)
 
ใครที่จองกับร้านประจำไปแล้ว และอยากเปลี่ยนใจขึ้นมา รีบติดต่อร้านไปในพลันนนนน... (แตผมคงเอาแบบเป็นแผ่น ๆ ที่จองไว้กับร้านนั่นแหละ)
 
 


วันนี้เป็นวันครบรอบ 20 ปีของการวางจำหน่าย Final Fantasy Tactics (PS1) ในประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสนี้คุณยาสึมิ มัตสึโนะ ผู้กำกับเกมและบิดาแห่งซีรีส์ Ivalice ได้เลือกภาพ ๆ หนึ่งขึ้นมาส่งมอบให้แก่แฟน ๆ แต่เช้า

ภาพ ๆ นั้นก็คือภาพ Dot Design ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์อาเกรียส อัศวินสาวผู้กร้าวแกร่งของภาคนี้นั่นเอง

「よぉし、この女はおまえたちにくれてやる。好きにしろッ!」
って、もう20年か( ´_ゝ`)

https://twitter.com/YasumiMatsuno/status/876961513717641216

 

เหตุเกิดในยุคโบราณ
 
นานแสนนานมาแล้วจนไม่มีการระบุเลขปีปฏิทิน เหล่าโอควิเลียได้สร้างอสูรมายาขึ้นมาจำนวนหนึ่ง อสูรเหล่านี้มีคำเรียกอีกแบบในตัวเกมเวอร์ชั่นอังกฤษว่า Scion
 
อสูรมายาถูกสร้างขึ้นมาให้มีพละกำลังและสติปัญญามาก แถมยังมีการแบ่งว่าใครเป็นด้านสว่างและด้านมืด ในเกมไม่ได้ระบุไว้แน่ชัดว่าโอควิเลียสร้างอสูรมายาขึ้นมาทั้งหมดกี่ตน แต่ที่ถูกกล่าวถึงในเกมมีด้วยกัน 24 ตน แบ่งเป็นอสูรประจำ 11 ราศี ราศีละ 2 ตน (ด้านสว่างและด้านมืด) อสูรราศีกันย์ 1 ตน และอสูรราศีโอฟิวกัสอีก 1 ตน ซึ่ง 2 ตนหลังไม่มีการระบุว่าเป็นด้านสว่างหรือด้านมืด
 
หลังจากที่โอควิเลียได้สร้างอสูรมายาขึ้นมาแล้ว ก็มอบหมายหน้าที่ให้กับพวกมันแตกต่างกันไป (พล็อตฟัลซิพัลส์และฟัลซิลินด์เซย์ สร้างฟัลซิลูกกระจ๊อกขึ้นมาบนโลก ก็แนวเดียวกันเลย) อสูรมายาแต่ละตนก็ทำงานของมันไปตามปกติ
 
กระทั่งวันหนึ่งอสูรมายาในนามเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์อัลเทม่า ก็โดนความมืดครอบงำ เธอเชื่อว่าตนเองมีพลังอำนาจสูงส่งกว่าโอควิเลีย เลยไปชักชวนอสูรมายาด้านมืดตนอื่น ๆ จำนวน 11 ตน ลุกฮือก่อกบฎต่อสู้กับโอควิเลียเพื่ออิสรภาพ เกิดเป็นสงครามอันยาวนานระหว่างอสูรกับโอควิเลีย ซึ่งในท้ายที่สุดฝ่ายอสูรมายาก็แพ้พ่ายไป พวกเขาทุกคนถูกลงโทษด้วยการจับผนึกวิญญาณและร่างเนื้อไว้ในตราเวทย์อาคม จะออกมาตราเวทย์อาคมได้ก็ต่อเมื่อถูกใครสักคนอัญเชิญออกมาเท่านั้น
 
อสูรมายาด้านมืดแต่ละตน มีปูมหลังและเหตุผลที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจทรยศโอควิเลีย และไปเข้าร่วมทีมกบฎกับเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์อัลเทม่า ดังนี้
 
===========================
พวกทำหน้าที่บนโลกมนุษย์
===========================
 
เอ็กโซดัส (Exodus) - อสูรที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นตนแรก มีชีวิตมายาวนานกว่าอสูรทั้งปวง ถูกสร้างขึ้นมาให้เฝ้ามองโลกและตัดสินคุณค่าของสรรพสิ่ง แต่นานวันเข้า ความรู้สึกยึดถือที่เอ็กโซดัส มีต่อโลกก็ค่อย ๆ ลดน้อยลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่า แล้วเอ็กโซดัส ก็พาลอยากให้โลกนี้กลับคืนสู่ความว่างเปล่าด้วยเช่นกัน จึงไปเข้าร่วมสงครามต่อต้านโอควิเลีย
 
ฮัชมาล (Hashmal) – อสูรที่ถูกสร้างมาให้ควบคุมและบังคับใช้กฎแก่โลกมนุษย์ ทำให้สังคมมนุษย์เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ทำงานไป ๆ มา ๆ ฮัชมาล ก็พาลอยากให้ทุกสรรพสิ่งอยู่ในความเป็นระบบระเบียบ ก็เลยไปร่วมมือกับอัลเทม่าต่อสู้กับโอควิเลีย ถวายชีวิตสู้หลายพันปี สุดท้ายฮัชมาลก็พลังหมดก๊อกและแพ้ไป
 
เคออส (Chaos) - อสูรผู้พิทักษ์คริสตัลศักดิ์สิทธิ์ของโอควิเลียในยุคโบราณ แต่ตอนมาเยือนโลกมนุษย์ เคออสตกอยู่ในวังวนของความสับสนอลหม่าน เคออสตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย เวียนว่ายไปนับครั้งไม่ถ้วน ติดอยู่ในวัฏสงสารอันไม่สิ้นสุด จนเกิดเป็นความโกรธแค้นต่อโอควิเลียที่สร้างเขาให้เกิดมาแล้วติดอยู่ในวัฏสงสาร จึงไปเปิดศึกกับโอควิเลีย ปกติแล้วเคออสมักจะนั่งสมาธิอยู่บนแท่นเพื่อขัดเกลาจิตใจ จนกว่าจะถึงวันที่จิตใจของเขาเปี่ยมไปด้วยเหตุผลและว่างเปล่า (หมายถึงตรัสรู้ในสิ่งต่าง ๆ และทำจิตใจให้ว่างเปล่าได้สำเร็จ)
 
เซโรมุส (Zeromus) – อสูรผู้เชิดชูกฎระเบียบและประณามอาชญากรรม เซโรมุสเกลียดชังและคอยประณามพวกแหกกฎ แต่นานวันเข้า ความรู้สึกที่จะธำรงรักษากฎก็ลดน้อยลง สวนทางกลับความรู้สึกชิงชังประณามที่มีแต่เพิ่มมากขึ้น ว่าแล้วเซโรมุสก็สาปแช่งหวังให้โอควิเลียตายไป โดนความมืดครอบงำไปอีกราย
 
คิวคูเลน (Cúchulainn) – อสูรที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อขจัดมลทินให้หมดสิ้นไปจากโลก โดยให้คิวคูเลนกลืนกินมลทินเข้าไปเองซะ แต่แกดันเขมือบมลทินมากไปจนวิปลาส โอควิเลียเองก็คาดไม่ถึงว่าจะกลายมาเป็นแบบนี้ จากอสูรผู้เลอโฉมเลยกลายเป็นตัวโสโครกมูมมาม แล้วคิวคูเลนก็หันไปต่อกรกับโอควิเลียบ้าง
 
เบเลียส (Belias) – อสูรที่ถูกสร้างมาให้ทำหน้าที่ยามเฝ้าทางเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของโอควิเลีย แต่แล้วเบเลียสกลับไม่พอใจบทบาทที่โอควิเลียมอบให้ เบเลียสเห็นว่าสิ่งที่โอควิเลียทำนั้นมันผิด เลยไปร่วมมือกับอัลเทม่า
 
===========================
พวกทำหน้าที่ในยมโลก
===========================
 
มาเทอุส (Mateus) – อสูรผู้ปกครองและปกป้องยมโลก อยู่มาวันนึงเจ้าตัวก็โดนความโลภครอบงำ ความมืดกลืนกินหัวใจ กลายเป็นปิศาจที่ชั่วร้าย แต่ด้วยความขี้ขลาดของมาเทอุส เจ้าตัวเลยไปผนึกร่างของตนเข้ากับร่างของเทพธิดาน้ำแข็ง ใช้เธอเป็นโล่เนื้อนับแต่นั้นมา แล้วก็ไปสู้กับโอควิเลียทั้งสภาพนั้น
 
อดราเมเลช (Adrammelech) - จักรพรรดิแห่งอสูร ถูกสร้างมาเพื่อปราบปิศาจในยมโลก แต่ด้วยพลังสุดแกร่งและภาพลักษณ์อันน่ากลัวของอดราเมเลช มันดึงดูดให้พวกปิศาจหันมาเป็นพวกกับเขา จนอดราเมเลชค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป กระทั่งวันหนึ่งเขาก็คิดกบฎต่อโอควิเลีย ว่าแล้วอดราเมเลชก็นำฝูงปิศาจเข้าต่อสู้กับโอควิเลีย
 
ซัลเอร่า (Zalera) – อสูรที่ถูกสร้างมาให้พิพากษาผู้ตาย ทำงานไป ๆ มา ๆ วิญญาณของซัลเอร่าก็ต้องสาปจากความแค้นของผู้ที่ชิงชังต่อสวรรค์ ว่าแล้วซัลเอร่าก็ไปจับชาแมนสาวที่เป็นข้ารับใช้ของโอควิเลียมาเป็นเชลย แล้วซัลเอร่าก็ไปสู้โอควิเลียทั้งอย่างนั้น แต่ขนาดพ่ายแพ้ต่อโอควิเลียแล้ว ซัลเอร่าก็ยังกอดแม่สาวชาแมนไม่ปล่อยจนถึงทุกวันนี้
 
เชมฮาไซ (Shemhazai) – อสูรที่ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์และควบคุมวิญญาณร่อนเร่ในยมโลก แต่แล้วตอนอัลเทม่าก่อกบฎ จู่ ๆ เชมฮาไซก็เข้าไปกระซิบบอกจุดอ่อนที่พวกโอควิเลียปิดบังไว้ให้อัลเทม่าฟังโดยไม่มีสาเหตุ จากนั้นเชมฮาไซก็ฝืนคำสั่งโอควิเลีย ลงไปที่โลกมนุษย์ ไปสอนมนุษย์ถึงความชั่วและการทำลายล้าง เชมฮาไซเลยโดนโอควิเลียเก็บไป
 
ฟามฟรีท (Famfrit) - อสูรที่ถูกสร้างขึ้นมาในรูปเมฆหมอกแห่งความมืด ฟามฟรีทถูกพวกโอควิเลียที่สร้างตนเองมาแท้ ๆ เกลียดชัง จึงเข้าร่วมสงครามต่อต้านโอควิเลีย หลังจากพ่ายแพ้ ฟามฟรีทก็ถูกผนึกไว้ในชุดเกราะไร้แสง
 
อัลเทม่า (Ultima) – อสูรผู้เป็นผลงานชิ้นเอกของโอควิเลีย หัวโจกของแผนการกบฎ เดิมอัลเทม่าถูกสร้างมาเพื่อนำพาวิญญาณขึ้นสู่สรวงสวรรค์และพาไปเกิดใหม่ แต่แล้วอัลเทม่าก็แปดเปื้อนความชั่วร้ายจนนำไปสู่ความคิดที่จะก่อกบฎต่อโอควิเลีย หลังจากอัลเทม่าแพ้พ่าย เธอก็ไม่เหลือแสงสว่างในจิตใจอีกเลย
 
===========================
ตัวพิเศษ
===========================
 
โซดิอาร์ค (Zodiark) - อสูรมายาที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาอสูรทั้งปวง โซดิอาร์คเก่งจนโอควิเลียหวาดกลัวว่าเมื่อโซดิอาร์คโตขึ้นจะมีพลังอำนาจมากจนเป็นภัยต่อโอควิเลียได้ โอควิเลียจึงจับโซดิอาร์คผนึกให้อยู่ในร่างเด็กไว้ตลอด โดยโซดิอาร์คถูกสร้างมาให้ทำหน้าที่ดูแลภาพรวมกฎของทุกสรรพสิ่ง และคอยพิพากษาผู้อื่นในนามของโอควิเลีย ตอนที่อัลเทม่าก่อการกบฎ โซดิอาร์คไม่ได้เข้าไปยุ่งด้วย
 
หลังจาก 12 อสูรมายาแพ้พ่ายต่อโอควิเลียแล้ว พวกมันก็ถูกโอควิเลียนำไปผนึกแล้วทิ้งไว้ในที่ ๆ มีมิสต์หนาแน่น หรือจับวางเป็นยามไว้เฝ้าตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มีความหมายพิเศษสำหรับโอควิเลีย 
 
มาเทอุส ถูกวางเป็นยามเฝ้าวิหารมิเลียม สถานที่เก็บดาบจอมราชันย์
 
เชมฮาไซ กลายเป็นยามเฝ้าทางเข้าไปพบโอควิเลียในคริสตัลยักษ์
 
ฮัชมาล เป็นยามเฝ้าประภาคารฟารอสที่เก็บรังไหมสุริยะ
 
เบเลียส ภายหลังได้เจอกับจอมราชันย์เรธวอลล์ แล้วก็สาบานว่าจะปกป้องสุสานของกษัตริย์ผู้นี้ไปชั่วนิรันดร์
 
อัลเทม่า โดนจองจำอยู่ในคริสตัลยักษ์ เป็นที่ ๆ โอควิเลียจับตาดูได้ง่าย
 
อสูรมายาที่พวกอาเช่อัญเชิญออกมาใช้ได้มีด้วยกัน 13 ตน โดยเป็นพวกที่เคยก่อกบฎต่อโอควิเลีย 12 ตน ส่วนโซดิอาร์ค ไม่ได้กบฏ แต่ก็มีพลังมากเกินไปจนโดนโอควิเลียพันธนาการไว้

 

 

ในโลกของ Final Fantasy XII พึ่งมีการค้นพบศิลาจารึกจากยุคโบราณอันใหม่ ซึ่งในศิลาจารึกนั้นสลักถึงเรื่องราวระหว่างพระเจ้ากับมังกรตนหนึ่ง เลคลุส (Lecluse) ซึ่งเป็นอรรถกถาจารย์ (นักแกะความอักษรโบราณ) เชื่อว่าสิ่งที่เขาเห็นอยู่นี้น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกเขียนเสริมเติมแต่งให้เว่อร์เกินจริงเหมือนกับนิทานปรัมปรา ทว่าเขากลับสังหรณ์ใจว่าในข้อความเหล่านี้ มันมีมูลความจริงแฝงอยู่เหมือนกัน
 
ว่าแล้วเลคลุสก็ทำการถอดความศิลาจารึกดังกล่าว ออกมาเป็นความได้ว่า
 
ในยุคโบราณ พระเจ้าได้สร้างมังกรขึ้นมาให้แข็งแกร่งกว่าสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นมาก่อน จนมังกรเองก็หลงคิดว่าตัวมันเองแข็งแกร่งกว่าพระเจ้าที่สร้างมันขึ้นมา
 
วันหนึ่งมังกรก็ไปพูดกับพระเจ้าว่า "ข้าแข็งแกร่งกว่าท่าน"
 
พระเจ้าเลยยิ้มตอบ แล้วก็ชวนเล่นเกมกันว่าใครจะแข็งแกร่งกว่า นั่นคือจุดเริ่มต้นของเกมมังกร
 
มังกรกับพระเจ้า ตกลงกันว่าจะทำการทดสอบกัน 3 อย่างเพื่อหาว่าใครคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
 
ตาที่ 1 - พระเจ้าท้าว่าเห็นภูเขาลูกนั้นมั้ย? ไปยกภูเขามาวางตรงนี้ให้หน่อยสิ?
 
มังกรตอบกลับว่าง่ายดั่งยกยอดหญ้า ว่าแล้วมันก็ไปยกภูเขา แบกมากองแทบเท้าพระเจ้า
 
ทีนี้มังกรก็บอกพระเจ้าว่า "ตาท่านแล้ว" แต่พระเจ้ากลับบอกว่า "ไม่ ข้าไม่แข็งแกร่งพอที่จะเคลื่อนภูเขาได้"
 
ดังนั้น มังกรเลยชนะในตาแรก 
 
ตาที่ 2 - พระเจ้าท้าว่าโน่นคือหินที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เจ้าทลายมันได้มั้ย?
 
มังกรตอบว่าง่ายดั่งนกกระจอกเจาะแอปเปิ้ลหาหนอน ว่าแล้วมันก็ทะลวงหินก้อนนั้นเป็นรูกลวง
 
แล้วมังกรก็บอกพระเจ้าว่า "อ่ะ ตาท่านแล้ว" แต่พระเจ้ากลับบอกว่า "ไม่ ข้าไม่แข็งแกร่งพอที่จะทลายหินเช่นนั้นได้"
 
ด้วยเหตุนี้ มังกรเลยชนะในตาที่ 2
 
ตาที่ 3 - พระเจ้าท้าว่าเห็นวงแหวนเวทย์นั่นมั้ย? เจ้าผ่านมันเข้าไปได้รึเปล่า?
 
มังกรตอบว่าง่ายดั่งจิ้งจอกกระโจนเข้าโพรงกระต่าย ว่าแล้วมังกรก็ทะยานเข้าหาวงแหวนแคบ ๆ ... เอ่อ แต่ผ่านเข้าไปได้แค่หัว ส่วนถัดจากคอลงไปมันติดวงแหวนอยู่
 
"ท่าน.... หลอก.... ข้า...." มังกรครวญ
 
"ก็ข้าฉลาดกว่าเจ้า" พระเจ้าแสยะยิ้มตอบ
 
พระเจ้าชนะในบททดสอบสุดท้าย และผลจากการติดวงแหวนอาคมที่คอนั้น ทำให้มังกรกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอกว่าพระเจ้าในทุก ๆ ด้าน
 
------------------------------------------------
 
จากนิทานเรื่องนี้ คำถามที่ตามมาคือ มังกรที่โดนพระเจ้าหลอกคือใคร?
 
คน เอ้ย มังกร ตัวที่ดูน่าสงสัยที่สุดคงหนีไม่พ้นมังกรมาร มาจินริว (Hell Wyrm)
 
เรื่องนี้พลิกดูหนังสืออัลติมาเนียโอเมก้าหน้า 208 แล้ว มีการให้ข้อมูลไว้ว่านิทานมังกรกับพระเจ้า (ใส่รูปประกอบเป็นเจ้ามาจินริว) เป็นหนึ่งในนิทานปรัมปราเล่าขานในอิวาลิซ ซึ่งเพียงแวบแรกที่เราเห็นบุคลิกมังกรที่ดูป่าเถื่อนดุร้าย ก็ย่อมเข้าใจได้ว่ามันจะพ่ายแพ้ให้กับผู้ที่ฉลาดกว่าตามธรรมเนียมของนิทานจำพวกนี้ ทว่าเลคลุสคิดว่าในนิทานเรื่องนี้มีความจริงบางอย่างแฝงอยู่
 
ความจริงที่ว่าคือ ในการที่พระเจ้าจะริบพลังจากมังกรได้ ก็ต้องทำให้มันถูกผนึกด้วยวงแหวนเวทย์
 
ด้วยเหตุนี้มอนสเตอร์จำพวกมังกรร้ายในเกม จึงมีวงแหวนอยู่ที่คอ ซึ่งก็ไม่ได้ระบุตัวไหนเป็นพิเศษ เพราะมันโดนสวมวงแหวนกันถ้วนหน้า
 
นอกจากนี้ยังมีนักวิจัยบางส่วนในโลกอิวาลิซเชื่อว่าการที่มังกรในทุกวันนี้มีวงแหวนอยู่ที่คอ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าพระเจ้ามีอยู่จริง
 
ผมอ่านแล้วก็ไม่รู้นะว่าพระเจ้าในที่นี้คือโอควิเลียตนหนึ่ง หรือพระเจ้าจริง ๆ ที่มีหนึ่งเดียวและอยู่สูงกว่าโอควิเลียขึ้นไปอีก ปล่อยให้ตีความกันเอง
 
ทีนี้ในเอกสารประวัติของมาจินริวเอง เขียนว่ามาจินริวถูกเรียกขานว่าเป็นราชาแห่งนรกในตำนาน มันสามารถทะยานข้ามไปมาระหว่างโลกมนุษย์และยมโลกได้อย่างอิสระ ก่อความพินาศไปทั่วจนเหล่าเทพเจ้าต้องขัดขวาง พระเจ้ายึดพลังในการบินของมันไป และส่งมันสู่ก้นบึ้งอเวจี
 
หลังตกสู่ก้นนรกแล้ว มาจินริวพยายามกางปีกบินไปสู้กับพระเจ้าอีกครั้ง แต่ด้วยอาคมแสงที่พระเจ้าสาปใส่มันไว้ ทำให้มันบินไม่ได้ มันเลยนอนหลับยาวข้ามหลายยุคหลายสมัย กบดานอยู่ในเส้นทางแห่งความมืด รอคอยวันเวลาที่จะได้กลับมาผงาดอีกครั้ง
 
จากการที่อัลติมาเนียโอเมก้าใช้รูปประกอบนิทานเรื่องนี้เป็นมาจินริว เนื้อหาที่ว่าพระเจ้าริบพลังจากมังกรตนนั้น ส่วนในประวัติของมาจินริวก็บอกว่ามันโดนพระเจ้ายึดพลังในการบินไป ทั้งหมดมันสอดคล้องกัน จนผมว่าคิดเป็นทางอื่นไม่ได้แล้ว
 
มังกรที่โดนพระเจ้าหลอก ก็คือมาจินริวเนี่ยแหละ และผลจากครั้งนั้น ทำให้พระเจ้าตัดสินใจจับมังกรปิศาจตนอื่น ๆ ทั้งหมดสวมวงแหวนเพื่อริบพลังไปด้วยนั่นเอง

 

 

จากเอกสารในเกม Final Fantasy XII ที่เกริ่นถึงถึงประวัติของยัสมัทแบบคร่าว ๆ ได้กล่าวว่าผู้สร้าง (ไม่ระบุว่าเป็นพระเจ้าหรือโอควิเลีย) ได้สร้างยัสมัทขึ้นมาให้เป็นเทพมังกรผู้อยู่เหนือมังกรทั้งมวลบนโลก ตำนานกล่าวว่ามันเป็นจิตวิญญาณผู้พิทักษ์ดาบศักดิ์สิทธิ์ แต่แม้จะเป็นเทพมังกร ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ของมันก็ทำให้มันบ้าคลั่งจนกระทั่งกลายมาเป็นภ้ยต่อผู้ที่สร้างมันขึ้นมาเอง
 
ถัดมาจากข้อมูลที่มองบลังซ์เล่าให้วานฟัง แม้ผู้สร้างจะสร้างยัสมัทให้เป็นเทพมังกร แต่ในสายตาสิ่งมีชีวิตบนโลกแล้ว ยัสมัทคือมังกรที่ชั่วร้ายที่สุด
 
มองบลังซ์เล่าให้ฟังว่าวันหนึ่งยัสมัทได้ปรากฏตัวขึ้น อาจารย์ของพวกเขาได้ต่อสู้กับยัสมัทอย่างสุดความสามารถ ซัดกันดุเดือดเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และอาจารย์เกือบจะเอาชนะมันได้อยู่แล้ว (มองบลังซ์บอกว่าเป็น คหสต. ของเขา) ทว่าท้ายที่สุดกลับมีเพียงยัสมัทเท่านั้นที่ยังยืน 4 ขาตระหง่านอยู่ได้
 
หลังขจัดอาจารย์ของมองบลังซ์ได้แล้ว ยัสมัทก็หายตัวไป ไม่เคยมีใครพบเห็นมันอีก
 
ด้วยเหตุที่อาจารย์ของพี่น้องมองบลังซ์ถูกยัสมัทปลิดชีพมาก่อน มองบลังซ์จึงเฝ้ารอวันที่จะแก้แค้นมัน เขาก่อตั้งกลุ่มแคลนเซนทูริโอ (Centurio) ขึ้นมาด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งจะสามารถปลุกปั้นฮันเตอร์ที่กล้าหาญพอจะไปเผชิญหน้าและเอาชนะยัสมัทได้ และเมื่อมองบลังซ์เห็นว่าพวกวานสามารถพิชิตมอนสเตอร์ระดับ 7 เกือบทั้งหมดและมังกรปิศาจมาจินริวได้แล้ว เขาก็ตัดสินใจจะเอ่ยปากขอร้องพวกวานให้ช่วยล้างแค้นให้กับอาจารย์ของเขาด้วย...
 
หลังจากที่พวกวานตามหาและกำจัดยัสมัทที่สังเวียนใกล้ประภาคารสุดขอบโลกได้แล้ว พอกลับมายังบ้านแคลน พี่น้องมองบลังซ์ทั้ง 6 คนจะออกมาต้อนรับและบอกว่าหลังจากเสียอาจารย์ไป พวกเขาก็แยกย้ายกันออกตามหาใครสักคนที่จะเอาชนะยัสมัทได้ ก็ไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกเลยจนกระทั่งวันนี้
 
มองบลังซ์ : ในที่สุดนายของเราก็จะได้ไปสู่สุขคติเสียที คุโปะ เราจะไม่มีวันลืมพระคุณของนาย ขอขอบคุณอีกครั้ง ฉันมีบางอย่างที่จะมอบให้นาย ของเล็กน้อยแทนความยินดีอันเปี่ยมล้นของฉัน โปรดรับมันไว้พร้อมกับคำขอบคุณของฉันด้วย คุโปะ
 
(ได้รับเงิน 30,000 กิล พร้อมกับ Godslayer’s Badge)
 
แม้ว่าจะไม่มียัสมัทอีกต่อไปแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าแคลนแห่งนี้จะต้องปิดตัวลง ขณะที่พี่น้องของมองบลังซ์ก็แยกย้ายกลับไปทำธุรกิจของตน มองบลังซ์เองก็จะทำหน้าที่หัวหน้าแคลนต่อไป ดังนั้นไม่ว่าเมื่อไหร่ที่พวกวานกลับมาเยี่ยมบ้านแคลนแห่งนี้อีกครั้ง แคลนเซนทูริโอก็พร้อมยินดีต้อนรับเสมอ
 
มองบลังซ์จะบอกว่าเขาไม่มีงานให้วานทำอีกแล้ว พวกวานได้กำจัดเป้าหมายทั้งหมดที่มี! คุณคือฮันเตอร์ที่เก่งที่สุดเท่าที่อิวาลิซเคยมีมาอย่างไม่ต้องสงสัย และทำให้มองบลังซ์ผู้นำแคลนอันดับหนึ่งบนผืนแผ่นดินอิวาลิซภาคภูมิใจมาก
 
Godslayer’s Badge - เหรียญรางวัลสำหรับการกำจัดสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ มหาเทพมังกร “ยัสมัท” สัญลักษณ์ของอัศวินที่แท้จริงแห่งอิวาลิซ
 
-----------------------------------------
 
ช่วงแรกที่เกมออกมาและยังไม่มีการเปิดเผยพลังชีวิตที่แท้จริงของยัสมัทออกมา ผู้เล่นชาวญี่ปุ่นคุยกันว่าพลังชีวิตของมันน่าจะมีประมาณ 100 ล้าน แล้วตัวเลขนั่้นก็แพร่กระจายไปทั่วโลกมาจนถึงสยามแลนด์ด้วย ตัวเลข 100 ล้านนั้นถือเป็นตำนานบทหนึ่งในช่วงเวลานั้น ซึ่งก็ทำเอาอกสั่นขวัญแขวนกันไปหมด แต่ที่จริงแล้วพลังชีวิตของมันคือ 50,112,254
 
ทั้งนี้ในหนังสืออัลติมาเนียโอเมก้า ได้ลงวิธีปราบมันภายใน 50 นาทีเอาไว้ (แบบยังไม่กดเร่งสปีด 4 เท่า) โดยใช้บาชกับบัลเธียร์เป็น DPS ร่วมกัน (เนื่องจาก 2 คนนี้มี MP และพลังเวทย์ต่ำกว่าคนที่เหลือ) ปล่อยให้อยู่ในสภาพคริติคอลตลอดเวลาเพื่อจะได้โจมตีรุนแรงและต่อเนื่อง โดยสวมใส่ชุด Brave Suit และอาวุธที่ทำคอมโบได้สูงอย่างดาบมาซามุเนะ ส่วนหัวหน้ากลุ่มก็ร่าย Dispel, Reverse, Decoy, Bubble, Arise, Berserk, Haste ยาว ๆ ไป
 
ปัจจุบันยัสมัทไม่ใช่บอสที่มีพลังชีวิตสูงสุดของซีรีส์อีกต่อไปแล้ว เนื่องจาก Aeronite (アイロネート) ร่างสุดยอดใน Hard Mode ของ Lightning Returns -Final Fantasy XIII- มีพลังชีวิตอยู่ที่ 57,750,000 ทว่าการต่อสู้กับ Aeronite นั้นง่ายและสั้นกว่าตำนานอย่างยัสมัทเยอะ

 

 

ในโลก Final Fantasy XII ได้มีนักโบราณคดีคนหนึ่งที่ชื่อฟาร์ริสเตอร์ ได้แปลบันทึกประจำวันของนักประดิษฐ์อาวุธในสมัยโบราณเอาไว้ โดยฟาร์ริสเตอร์นี่ก็มี คหสต. ว่าไอ้บันทึกประจำวันนี่จริง ๆ แล้วน่าจะเป็นแค่นิยายมากกว่า
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า วันหนึ่งนักประดิษฐ์ได้รับคำขอจากลูกค้าว่าอยากให้ช่วยประดิษฐ์อะไรก็ได้ที่สามารถเอาไปล้ม .....!@#$%^&.... สิ่งที่ลูกค้าเองก็เรียกไม่ถูกให้หน่อย ทีนี้ด้วยความติสต์ของนักประดิษฐ์คนนั้น เขาก็คิดว่าจะสร้างมันขึ้นมาให้เก๋ ๆ เอาแบบเห็นแล้วชวนโลภขึ้นมาได้
 
นั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาคิดว่า จะสร้างสิ่งอาวุธชิ้นใหม่นี้ขึ้นมาในรูปของซีรีส์ "กล่องสมบัติ"
 
หลังจากประดิษฐ์กล่องสมบัติรุ่นต้นแบบเสร็จแล้ว เขาก็ส่งมอบให้แก่ลูกค้า แต่เจ้ารุ่นต้นแบบนั่นก็โดนเป้าหมายของลูกค้ากระทืบเละไม่มีชิ้นดี ลูกค้าเลยกลับมาต่อว่านักประดิษฐ์และเผยว่าเขาต้องการอาวุธที่จะไปต่อกรกับมังกรที่แข็งแกร่งสุด ๆ ได้ ลูกค้ายินดีจะจ่ายเงินลงทุนเพิ่มเติมให้เพื่อให้ไปประดิษฐ์อาวุธชิ้นใหม่ให้ดีกว่าเดิม แต่นักประดิษฐ์ก็ลังเลอ้ำอึ้ง และคืนเงินกลับไปก่อน
 
เวลาหมุนผ่านไปหลายเดือน เข้าสู่ฤดูร้อน นักประดิษฐ์สุดติสต์ยังแค้นเจ้ามังกรปริศนานั่นไม่หาย เขาเฝ้าคิดมาตลอดว่าทำยังไงถึงจะเอาชนะมังกรตนนั้นได้ จนในที่สุดก็คิดถึงคอนเซปต์ที่ว่าต้องสร้างอาวุธที่ "เรียนรู้" และ "เติบโต" ได้ เพื่อให้มันตรวจสอบศัตรูและวิเคราะห์หนทางในการเอาชนะศัตรูขึ้นมา
 
แต่การคิดแบบนั้นยังไม่ติสต์พอครับ นักประดิษฐ์เลยคิดว่าจะสร้างอาวุธซีรีส์นี้ให้มัน "ขยายพันธุ์" ได้ เขาจะสร้าง "ตัวแม่" ขึ้นมาก่อน จากนั้นให้ตัวแม่ขยายพันธุ์ไปจนได้ลูกหลานที่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ ออกมา...
 
ว่าแล้วเจ้า "มิมิคควีน" เลยถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะอาวุธที่สามารถขยายพันธุ์ออกลูกหลานได้ โดยมีตัวมันเองเท่านั้นที่ออกลูกได้วันละร้อยกว่าตัว แต่ตัวลูกของมัน ไม่สามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้ (หมายความว่าถ้ามิมิคควีนตาย เผ่าพันธุ์มันก็จะเพิ่มจำนวนไม่ได้อีก)
 
มิมิคควีนคลอดลูกหลานออกมาเต็มห้องทดลองของนักประดิษฐ์ แล้วเขาก็ติดกล้องสอดแนมลงไปในตัวพวกมัน ส่งพวกมันไปสู้กับมังกรปริศนา
 
จากกล้องสอดแนม นักประดิษฐ์จึงได้ดูการต่อสู้ระหว่างลูกหลานของมิมิคควีน vs มังกรปริศนา นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นรูปร่างของมังกรยักษ์ตนนั้น โดยลูกหลานของมิมิคเก่งจริง ทว่ามังกรปริศนานั้นเหนือกว่า!
 
ด้วยความติสต์อีกแล้วครับ นักประดิษฐ์ก็ตัวสั่นระริก แล้วคิดว่ารอก่อนเถอะ...
 
อีกไม่นาน เผ่าพันธุ์ของมิมิคควีน จะลองผิดลองถูก เรียนรู้ เติบโต พัฒนาจนเอาเจ้ามังกรนั้นได้อย่างแน่นอน....
 
คล้อยคลังผ่านไปไม่นาน.... นักประดิษฐ์ก็โดนลูกค้าต่อว่า ๆ นายสร้างอาวุธที่พอจวนจะแพ้แล้วก็สับตีนหนีได้ยังไง!?
 
นักประดิษฐ์พยายามอธิบายว่าการไปลองสู้ เรียนรู้แพทเทิร์น พอจะแพ้แล้วก็หนี เป็นเรื่องจำเป็นต่อการเรียนรู้เพื่อที่จะเอาชนะมังกรปริศนานั้น....
 
ลูกค้าได้ยินแล้ว ก็พึ่งเข้าใจว่าไอ้นักประดิษฐ์นี่มันบ้าแน่นอน... เลยโกรธเป็นฟืนไฟ จากไป
 
ส่วนนักประดิษฐ์เอง เจอลูกค้าระเบิดอารมณ์ใส่ก็ขมขื่นใจ แล้วตัดสินใจถอนตัวจากงานนี้ ไม่วิเคราะห์แผนการต่อละ
 
แต่เขาก็รู้ว่าตราบใดที่มิมิคควีนยังมีชีวิตอยู่ โอกาสที่จะเอาชนะมังกรปริศนาตนนั้นได้ ก็จะยังคงมีอยู่เสมอ
 
ผ่านไปไม่กี่วัน นักประดิษฐ์พึ่งสังเกตเห็นว่าเจ้า Mark XII ลูกหลานตัวหนึ่งของมิมิคควีนได้หายตัวไป กล้องสอดแนมและเครื่องส่งสัญญาณที่ติดตัวมันก็พังไปในการต่อสู้แล้ว เขาเชื่อว่า Mark XII คงจะออกเดินทางไปกบดานในที่ ๆ มีมิสท์หนาแน่น เพื่อจะช่วยให้มันเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และหวังว่ามันจะโชคดีมีชัยในสักวันหนึ่ง
 
ทั้งนี้เอกสารในเกมอีกฉบับหนึ่ง ระบุว่า Mark XII เป็นอาวุธจากอารยธรรมโบราณซึ่งสามารถเดินทางข้ามช่องแยกมิติได้ กลไกและอาวุธที่ติดตั้งบนร่างกายมันนั้นล้ำกว่าเทคโนโลยีในยุค FFXII เยอะ และยังสามารถวิวัฒนาการได้ดั่งสิ่งมีชีวิต มันใช้พลังงานจากการดูดมิสท์ในอากาศเข้ามาควบแน่นและกรองเก็บเป็นพลังงานให้ตนเอง
 
-------------------------------------
 
ในหนังสืออัลติมาเนียโอเมก้า หน้า 207 ได้อธิบายถึงบันทึกของนักประดิษฐ์ว่า เป็นเรื่องการพัฒนาอาวุธเพื่อพิชิตมังกร ซึ่งอาวุธนั้นเป็นเครื่องจักรที่สามารถเติบโตได้ดั่งสิ่งมีชีวิต ด้วยการสูบมิสท์เข้าไป
 
จากที่บันทึกเรียกอาวุธชิ้นนั้นว่า XII ทำให้คิดได้ว่ามันน่าจะเป็น Omega Mk.XII
 
กล่าวอีกนัยหนึ่ง Omega Mk.XII มันยังเอาชนะมังกรตนนั้นไม่ได้ จึงเข้าไปซ่อนตัวในที่ ๆ มิสท์หนาแน่น ซึ่งก็คือครัสตัลกรันเด้ และเติบโตขึ้นเพื่อให้ทัดเทียมกับมังกรตนนั้น มังยังคงเติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ ด้วยความตั้งใจว่าวันหนึ่งจะไปแก้มือใหม่
 
และจากการที่ Omega Mk.XII จะเริ่มเคลื่อนไหวทันทีที่ยัสมัทปรากฏตัวขึ้นมา จึงสรุปได้ว่าเป้าหมายในการเติบโตหรือศัตรูชั่วฟ้าดินสลายของ Omega Mk.XII ก็คือยัสมัทนั่นเอง
 
(ใน FFwikia เขียนว่ามังกรปริศนาเป็นได้ทั้งมาจินริว ยัสมัท และชินริว แต่อัลติมาเนียโอเมก้าสรุปให้แล้วว่าเป็นยัสมัทนั่นแหละ)
 
-------------------------------------
 
Omega Mk.XII มีพลังชีวิต 10,370,699 ในตัวเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่น แต่มีการปรับเหลือ 1,037,069 ในตัวเกมเวอร์ชั่นยุโรป อเมริกา และอินเตอร์ฯ แต่ก็ได้เพิ่มความสามารถใหม่ให้มันคือ ทำให้ผู้ที่ถูกมันโจมตีติดสภาวะ Berserk ไปด้วย
 
ทั้งนี้ Omega Mk.XII คือศัตรูตัวเดียวใน FFXII ที่มีเลเวลสูงถึง 99 และมีพลังโจมตี พลังป้องกัน สูงที่สุดในเกม
 

 

เรื่องราวของโลกอิวาลิซ เป็นเรื่องราวของโลกที่ประวัติศาสตร์ถูกครอบงำโดย "โอควิเลีย" เผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่มีอิทธิฤทธิ์สูงส่งเหนือกว่ามนุษย์
 
โอควิเลีย กบดาน ซ่อนตัว แยกออกไปจากสังคมมนุษย์ แต่พวกเขากลับคอยชักใยอยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์ เมื่อใดที่ประวัติศาสตร์มนุษย์กำลังจะเดินไปยังทิศทางที่พวกเขาไม่ต้องการ พวกเขาก็จะเลือกมนุษย์คนหนึ่งขึ้นมาเป็นตัวแทน เพื่อปลุกปั่น มอบพลังอำนาจให้ และหลอกใช้มนุษย์ผู้นั้นให้นำพาประวัติศาสตร์ไปสู่ทิศทางที่พวกเขาต้องการ
 
เรื่องราวของ Final Fantasy XII เริ่มต้นมาจากการที่ เวนาท (Venat) โอควิเลียตนหนึ่งดันไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พวกโอควิเลียทำ ก็เลยทรยศ เดินออกมาจากสังคมของโอควิเลีย แล้วไปผจญภัยตามหามนุษย์ที่จะมาล้มแผนของพวกโอควิเลียได้
 
เวนาท เดินทางไปจนถึงจักรวรรดิอาร์เคเดีย แล้วเอาความลับของประวัติศาสตร์ไปบอกแก่ ดร.ซิด นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง และเวย์น บุตรชายของจักรพรรดิ
 
ดร.ซิด ได้ฟังแล้ว ด้วยจิตวิญญาณของนักวิทยาศาสตร์ ก็อยากประดิษฐ์อาวุธและแหล่งพลังงานที่สูงส่งเหนือกว่าศิลาอาถรรพ์ (Nethicite) ซึ่งเป็นผลงานของพวกโอควิเลีย
 
เวย์น ได้ฟังแล้ว ก็ยอมไม่ได้ และคิดว่าประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ก็ต้องเขียนด้วยมือมนุษย์เอง ไม่ใช่ให้โอควิเลียมากุมบังเหียนอยู่เบื้องหลัง
 
ว่าแล้วเวนาท ซิด เวย์น ก็กลายเป็นสหายร่วมอุดมการณ์กัน ขณะที่ซิดนั่งวิจัยเรื่องศิลาอาถรรพ์ หาทางเลียนแบบและสร้างสิ่งที่เหนือกว่า เวย์นก็บัญชาทัพอาร์เคเดีย บุกโจมตีอาณาจักรนาบราเดียและดัลมัสก้า เพื่อชิงศิลาอาถรรพ์มาให้ซิดวิจัย
 
เวย์นคิดว่าเพื่อต่อต้านโอควิเลีย สิ่งที่จำเป็นคือการทำให้จักรวรรดิของเขามีพลังอำนาจที่จะปกครองครอบงำอาณาจักรอื่น จึงต้องสั่งสมพลังและรุกรานล่าอาณานิคมขึ้น แล้วเมื่อใดที่การกระทำของเขามันไปเตะตาโอควิเลีย ทางโอควิเลียก็จะเลือกตัวแทนขึ้นมาต่อกรกับเขา แล้วเมื่อนั้นแหละ จักรวรรดิของเขาจะเอาชนะตัวแทนของโอควิเลีย
 
ถึงวันนั้น จึงจะเรียกได้ว่าบังเหียนแห่งประวัติศาสตร์ได้กลับคืนสู่เงื้อมมือของมนุษย์
 
 
ขรั่บ.... จากความคิดนั้น ความฉิบหายจึงมาสู่อาเช่ เจ้าหญิงวัย 19 ปีแห่งอาณาจักรดัลมัสก้า นางเอกของเรื่อง ที่สูญเสียพระชนก พระภัสดา และเอกราชของราชอาณาจักรดัลมัสก้า ไปในคราเดียวกัน
 
ทางด้านโอควิเลีย โดนผลงานของเวย์นเตะตาเข้าอย่างจัง เลยคิดว่าต้องเลือกมนุษย์สักคนขึ้นมาเป็นตัวแทนต่อกรกับเวย์นแล้ว ซึ่งพวกโอควิเลียก็เลือกอาเช่ เจ้าหญิงมินิสเกิร์ตซึ่งเป็นสายเลือดของกษัตร์เรธวอลล์ กษัตริย์โบราณที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเลือกให้เป็นตัวแทน (ตัวหมาก/ตุ๊กตาหุ่นเชิด) ของโอควิเลีย
 
แต่อยู่ดี ๆ จะไปจิกหัวใช้ตรง ๆ เลยมันก็กระไรอยู่ เดี๋ยวหุ่นเชิดจะดื้อซะเปล่า ๆ การจะหลอกใช้คนมันต้องมีชั้นเชิง มีการเป่าหู ล้างสมองกันก่อน
 
ด้วยเหตุนี้ โอควิเลียจึงเลือกใช้วิธีสร้างภาพลวงตาของ "ราสเลอร์" เจ้าชายผู้เป็นพระภัสดา (สามี) ของอาเช่ ขึ้นมาหาอาเช่เป็นพัก ๆ เพื่อทำให้อาเช่จมปลักอยู่กับผู้ตาย ติดอยู่ในวังวนแห่งความแค้น อาเช่จะได้ปรารถนาซึ่งพลังที่จะไปล้างแค้นจักรวรรดิ แล้วจะได้กลายมาเป็นตัวหมากให้โอควิเลียได้ง่าย ๆ
 
อนิจจา... แทนที่อาเช่จะเห็นภาพลวงตาคนเดียว ดันมีเด็กหนุ่มเจ้าของสมญา "ชาวบ้านในตำนาน" เห็นภาพลวงตาที่ว่านั่นด้วย
 
ในขณะที่อาเช่เห็นภาพลวงตานั้นเป็นสามีผู้ล่วงลับอย่างที่โอควิเลียตั้งใจ ชาวบ้านคนนั้นดันเห็นภาพลวงตานั้นแบบเบลอ ๆ งง ๆ ว่านั่นคือพี่ชายของเขาที่ตายไปแล้วรึเปล่า
 
เห็นอย่างไม่มีเหตุผล และไม่ต้องการความเข้าใจใด ๆ ทั้งสิ้นว่าทำไมกู เอ้ย เขา ถึงเห็น
 
ชาวบ้านชาวดัลมัสก้าคนนั้นเห็นภาพลวงตาพร้อมกับอาเช่เพียง 2 คน แล้ววันดีคืนดี เขาก็หันมาบอกเธอว่าที่เขาติดตามอาเช่มาเนี่ย ก็เพื่อตามหาเป้าหมายชีวิตใหม่
 
ชาวบ้านคนนั้นเล่าอดีตให้ฟังว่าตัวเขาเองก็เกลียดจักรวรรดิ คิดอยากล้างแค้นให้พี่ชายและบ้านเกิด แต่ก็ตัวคนเดียวอ่อนแอ และอ้างว้าง ตระหนักว่าไม่สามารถทำอะไรได้เลย ได้แต่เพ้อเจ้อหนีความจริงไปวัน ๆ ความจริงที่ว่าพี่เขาตายไปแล้ว ยังไงก็ไม่ฟื้น
 
ทว่าจนถึงตอนนี้ ชาวบ้านคนนั้นได้ข้ามผ่านจุดนั้นมาแล้ว คือรู้และยอมรับว่าทำอะไรไม่ได้ ถึงแก้แค้นได้พี่ชายที่ตายไปแล้วก็ไม่ฟื้นขึ้นมา สิ่งที่ทำได้คือยอมรับ และออกตามหาเป้าหมายชีวิตใหม่
 
เป้าหมายที่เป็นไปได้จริง สร้างสรรค์ และไม่ใช่การแก้แค้น
 
กล่าวคือไม่อยากให้อาเช่ จมอยู่กับเรื่องของผู้ตายและติดอยู่ในวังวนของความแค้น แบบที่เขาเคยเป็นนั่นเอง
 
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อาเช่ตระหนักได้ว่าเส้นทางภายภาคหน้า ไม่ได้มีเพียงการแก้แค้น เข่นฆ่าสังหารจักรวรรดิเสียทางเดียว
 
แต่เธอต้องคิดให้ได้ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เธอต้องการคืออะไร หากไม่ใช่การแก้แค้นแล้ว เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่ออะไร?
 
 
เวลาต่อมา พวกอาเช่ก็ได้ไปพบกับเหล่าโอควิเลีย ซึ่งพวกโอควิเลียก็มอบดาบแห่งพันธสัญญา พร้อมสั่งให้อาเช่เดินทางไปยังประภาคารสุดขอบโลก เพื่อใช้ดาบนั้นสกัดศิลาอาถรรพ์ก้อนใหม่ออกมาจากรังไหมสุริยะ แล้วเอาศิลาอาถรรพ์นั้น เป็นขุมพลังในการต่อกรล้างแค้นพวกจักรวรรดิอาร์เคเดีย
 
ครับ ก็เดินทางกันไป.... ขอยก 1 ย่อหน้านี้ให้กับช่วงเวลาเดินทางไปยังประภาคาร ด้วยยานเหาะสตาห์ล ยานเหาะรุ่นต้นแบบที่ผลิตมาแล้วลูกค้าดันบอกว่าปีกแพงเกินไป ให้ไปแก้ดีไซน์มาใหม่ ทางโรงงานเลยกะจะโละไอ้ยานตัวทดลองนี้ทิ้ง แต่แล้วนายฟามรัน (บัลเธียร์) ก็ไปช่วยขโมยออกมา ดัดแปลง แล้วยึดเป็นเรือเหาะของตนเอง
 
เมื่อยานเหาะบินมาส่งถึงประภาคารสุดขอบโลก อาเช่ได้ยืนผงาดอยู่ต่อหน้ารังไหม นั่นคือช่วงเวลาที่เธอต้องตัดสินใจว่าจะสกัดศิลาอาถรรพ์ก้อนใหม่ รับพลังอำนาจ ล้างแค้นจักรวรรดิ และใช้ชีวิตต่อไปในฐานะหมากตัวหนึ่งของโอควิเลีย
 
หรือจะเปิดเส้นทางใหม่ ที่คิดค้นขึ้นด้วยความเจตจำนงค์อิสระของตนเอง
 
ตอนนั้นเอง ไอ้ชาวบ้านคนเดิมจากตอนที่แล้วก็พูดชี้นำออกมาว่า "แกจะเอาดาบแห่งพันธสัญญาผ่าทลายรังไหมสุริยะใช่มั้ย?"
 
ในวินาทีชี้เป็นชี้ตาย อาเช่คิดได้ว่าสามีเธอที่จากไปแล้วย่อมไม่ปรารถนาถึงการแก้แค้น เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ถือว่าจบไปแล้ว ถึงล้างแค้นไปคนที่ตายก็ไม่ฟื้น
 
ในประวัติศาสตร์บ้านเมือง บรรพบุรุษเธอก็พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ศิลาอาถรรพ์ ตั้งใจว่าจะไม่ใช้ ถึงแม้สถานการณ์จะล่อแหลมแค่ไหนก็เถอะ ดังนั้น ถ้าตอนนี้จะมาขอพึ่งพาพลังจากศิลาอาถรรพ์ มันก็เหมือนทรยศต่อความตั้งใจของบรรพชนที่ผ่านมา
 
และที่สำคัญ! กู (อาเช่) จะไม่ยอมเป็นวีรสตรีจอมปลอมให้โอควิเลียหลอกใช้โว้ยยย~!!
 
ตอนนี้สิ่งที่ยังฟื้นกลับมาได้ก็คือ "เอกราช" ของอาณาจักรดัลมัสก้า
 
ขอเพียงบ้านเมืองได้เอกราชกลับคืนมา นั่นคือสิ่งที่เธอต้องการที่สุดแล้ว
 
ชาวบ้านจับดาบแห่งพันธสัญญาไว้ในมือ พร้อมกับอาเช่ที่ถือดาบจอมราชันย์ไว้มั่น ทั้งสองวิ่งออกไปหมายจะทำลายรังไหมสุริยะที่เป็นต้นกำเนิดศิลาอาถรรพ์ ขุมพลังของโอควิเลียให้สิ้น
 
อนิจจา เฮียยัสจัง คนเขียนบทดันกลั่นแกล้งให้ทั้งสองอ่อนแอเกินกว่าที่จะเข้าใกล้รังไหมสุริยะที่กำลังปลดปล่อยพลังงานออกมาได้ กลายเป็นว่าเรดดัส สหายอีกคนหนึ่งรับดาบจอมราชันย์ไปจากอาเช่ แล้วสละชีวิตฝ่าเข้าไปทำลายรังไหมฯ ได้สำเร็จ
 
(นินทาสักนิดว่าสิ่งที่อาเช่พูด มันไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ เธอบอกว่าสามีของเธอคงไม่ต้องการแก้แค้น แต่ราสเลอร์น่ะก็ไปตายเพราะตั้งใจจะแก้แค้นให้พ่อของตัวเอง)
 
(ส่วนที่ว่าบรรพบุรุษเธอหลีกเลี่ยงการใช้ศิลาอาถรรพ์ กษัตริย์เรธวอลล์ บรรพบุรุษเธอนั่นน่ะตัวดีเลย ใช้ศิลาอาถรรพ์แผ่ขยายอำนาจ รวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง)
 
(ดังนั้น เหตุผลที่อาเช่ยกมามันก็ดูเป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น ผมคิดว่าเหตุผลจริง ๆ คือเธอไม่อยากโดนหลอกใช้ และหัวใจของเธอเพรียกร้องว่า แค่เพียงได้เอกราชกลับคืนมา ก็พอแล้ว)
 
 
หลังจากที่พวกอาเช่ได้ทำลายรังไหมสุริยะ ซึ่งเป็นขุมพลังเวทย์และต้นกำเนิดศิลาอาถรรพ์ของพวกโอควิเลียลงได้แล้ว พวกอาเช่ก็ลอบเข้าไปยังปราการลอยฟ้าบาฮามุทที่เป็นฐานบัญชาการของเวย์น พวกเธอ 6 คน ร่วมกับลาซาร์ (น้องชายของเวย์นซึ่งไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเวย์น) และจัดจ์กาบรันธ์ ช่วยกันรุมกระทืบเวย์น จนเวย์นต้องซมซานหนีไปขอความช่วยเหลือจากเวนาท ทั้งสองรวมร่างกันมาสู้
 
สุดท้าย ซิดตาย เวย์นตาย เวนาทตาย
 
3 เกลอ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนล้มล้างระบบการปกครองที่มีโอควิเลียชักใยอยู่เบื้องหลัง ตายหมู่ซะงั้น!?
 
หลังจากนั้น อาเช่ก็ประกาศเอกราชคืนสู่อาณาจักรดัลมัสก้า พร้อมขึ้นครองครองราชย์ในฐานะราชินี อาณาจักรดัลมัสก้ากลายมาเป็นมิตรประเทศกับจักรวรรดิอาร์เคเดีย ที่ลาซาร์ขึ้นสืบทอดเป็นจักรพรรดิคนใหม่ (โดยตอนนี้ทางสะดวกแล้ว เพราะพวกพฤฒสภาที่เป็นขั้วอำนาจใหญ่ในประเทศ โดนเวย์นป้ายความผิดแล้วจับสมาชิกสภาไปเข้าซังเตหมดแล้ว)
 
เมื่อไม่มีรังไหมสุริยะแล้ว (แต่โอควิเลียยังอยู่) ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ก็ได้กลับคืนสู่เงื้อมมือของมนุษย์ในช่วงเวลาหนึ่ง
 
อย่างน้อยที่สุดช่วงเวลานั้นอาเช่ก็ได้ปฏิเสธที่จะเป็นตุ๊กตาหุ่นเชิดของโอควิเลีย และเลือกเส้นทางที่โอควิเลียและเวย์นคาดไม่ถึงแทน
 
แต่มันก็เป็นเพียงเวลาสั้น ๆ เกือบศตวรรษเท่านั้น เพราะในเวลาต่อมาก็เกิดภัยพิบัติปริศนาที่ทำลายล้างดินแดนแทบทั้งหมดในอิวาลิซ และทำให้เผ่าพันธุ์มากมายล่มสลายไป
 
ในซีรีส์ Final Fantasy นั้นมีเพียงไม่กี่ภาคที่ผมคิดว่ามีเนื้อเรื่องที่ดี ทว่า Final Fantasy XII ก็เป็นหนึ่งในนั้น
 
พล็อตเรื่องที่ 3 สหาย เวย์น เวนาท ซิด ร่วมมือกันเอาประวัติศาสตร์กลับคืนสู่มนุษย์ด้วยวิธีการของตนเอง เป็นอะไรที่เยี่ยมยอด
 
เวนาท โอควิเลียที่ทรยศเผ่าพันธุ์เดียวกัน แล้วเดินทางออกมาหาเผ่าพันธุ์อื่นที่จะสานฝันอุดมการณ์ตนได้
 
ซิด นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่พยายามประดิษฐ์สิ่งที่เหนือกว่าพลังของโอควิเลีย
 
เวย์น บุตรแห่งจักรพรรดิ จอมเผด็จการที่หวังทวงบังเหียนแห่งประวัติศาสตร์กลับคืนสู่มือมนุษย์ด้วยการใช้พลังอำนาจ
 
แล้วยังมีโอควิเลียที่นอนเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด
 
ชาวบ้านในตำนานที่กากในเกมตัวเอง แต่ไปเก่งในเกมอื่น
 
ทิ้งท้ายด้วยเจ๊เครียดรุ่นที่ 1 ก่อนที่สมญานี้จะถูกส่งต่อให้กับสิบโทเอแคลร์ เจ๊เครียดรุ่นที่ 2 ไป
 
ใครยังไม่เคยเล่น ในโอกาส HD Remaster ที่จะออกในเดือนกรกฎาคมนี้ อย่าลืมไปลองหามาเล่นกันครับ ภาคนี้มันสะเด่าจริง